เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าอาบอบนวด วิคตอเรีย ซีเครท ว่า ล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องกับสถานบริการดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 8 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ น.ส.ศศิธร วิระเทพสุภรณ์ หุ้นส่วนใหญ่ ของสถานบริการดังกล่าวโดยถูกตั้งข้อหารวมทั้งสิ้นกว่า 10 ข้อหาทั้งข้อหาความผิดตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์, กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง, ค้าประเวณี, และสถานบริการ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของพล.ต.อ.ธรรมศกดิ์ วิชารยะ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 พบว่าน.ส.ศศิธรถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ที่เปิดเป็นสถานประกอบการรูปแบบของอาบอบนวด นวดแผนโบราณ และเลาจ์ กว่า 10 บริษัทในย่านอินทามระและดินแดง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการวางแผนเพื่อเข้าตรวจสอบทั้งหมด เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานใช้ประกอบในสำนวนคดี ทั้งนี้มองว่าถึงแม้คดีดังกล่าวจะผ่านมาเป็นเวลา 3 วันแล้วก็ไม่ทำให้พยานหลักฐานเสียหาย แต่หากทางดีเอสไอและกรมการปกครองยังไม่ส่งข้อมูลการสืบสวนสอบสวนมาให้ก็อาจมีผลต่อรูปคดีได้ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีการประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ในระหว่างการเข้าตรวจค้นสถานบริการดังกล่าวพบว่ามีการติดชื่อของนายกำพล หรือเสี่ยกำพลไว้ จากการตรวจสอบพยานหลักฐานในเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีบุคคลใดที่อยู่เหนือไปกว่าน.ส.ศศิธร แต่ต้องรอข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆจากดีเอสไอ และกรมการปกครอง เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนหาผู้บงการที่อาจอยู่เหนือกว่านางสาวศศิธรขึ้นไป หากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนของดีอเสไอ พบว่าไปถึงบุคคลใดนอกเหนือจากน.ส.ศศิธร ก็จะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนกระบวนการต่อไป

ส่วนกรณีของการรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ให้กับนายตำรวจและเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆ จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่ามีเพียงตำแหน่งเท่านั้น ไม่มีชื่อของบุคคลหรือนายตำรวจที่กล่าวถึง ซึ่งยากต่อการออกหมายจับและดำเนินคดี ทั้งนี้หากหน่วยงานใด มีข้อมูลรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เรียกรับผลประโยชน์ หรือได้รับการรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์จากสถานบริการดังกล่าว สามารถส่งข้อมูลมาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

หากมีข้อมูลครบถ้วนสามารถออกหมายจับในข้อหาสนับสนุนให้มีการค้ามนุษย์ได้ ยังให้ 4 กองบัญชาการที่มีรายชื่อตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในโพยรับรองร้อยเปอร์เซ็นต์ของสถานบริการดังกล่าว ตั้งคณะกรรมการสอบสวนนายตำรวจทุกนายที่อาจเกี่ยวข้องกับโพยแล้วประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, กองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทั้งนี้หากพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการทางวินัยและทางกฎหมายทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน