ข่าวดี บขส. ประกาศ ตรึงค่าโดยสารต่อ 3 เดือน ยอมแบกต้นทุนน้ำมันกว่า 6-8 ล้าน/เดือน
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2565 นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง มีมติให้ปรับเพิ่มอัตราค่าโดยสารรถประจำทาง หมวด 2 (เส้นทางที่มีต้นทางจากกรุงเทพมหานครไปยังต่างจังหวัด) และหมวด 3 (เส้นทางระหว่างจังหวัดที่ไม่มีกรุงเทพมหานครเป็นต้นทางปลายทาง) กิโลเมตรละ 5 สตางค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการยังคงให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง มีผลใช้บังคับวันที่ 4 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป
ว่า ในส่วน บขส. ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารในอัตราเดิม เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชนตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ปัจจุบัน บขส. เปิดให้บริการเดินรถ
ในเส้นทางภาคเหนือ จำนวน 15 เส้นทาง รวม 40 เที่ยววิ่ง (ไป-กลับ) เช่น กรุงเทพ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-เชียงราย กรุงเทพฯ-สุโขทัย-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรุงเทพฯ-(อุตรดิตถ์) พิษณุโลก กรุงเทพฯ-แม่สาย กรุงเทพฯ-หล่มเก่า กรุงเทพฯ-คลองลาน กรุงเทพฯ-เชียงคำ กรุงเทพฯ-ทุ่งช้าง กรุงเทพฯ -เขื่อนภูมิพล กรุงเทพฯ-สารจิตร และกรุงเทพฯ-ป่าแดด-เชียงของ เป็นต้น
เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จำนวน 18 เส้นทาง รวม 52 เที่ยววิ่ง (ไป-กลับ) อาทิ กรุงเทพฯ-หนองคาย กรุงเทพฯ-เชียงคาน กรุงเทพฯ-สุรินทร์ กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ-นครพนม กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-มุกดาหาร กรุงเทพฯ-สระบุรี เอกมัย-แหลมงอบ และจตุจักร-ตราด เป็นต้น
เส้นทางภาคใต้ จำนวน 13 เส้นทาง รวม 35 เที่ยววิ่ง (ไป-กลับ) อาทิ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต กรุงเทพฯ-เกาะสมุย กรุงเทพฯ-คลองท่อม-กระบี่ กรุงเทพฯ-สงขลา กรุงเทพฯ-สุไหงโกลก กรุงเทพฯ-ปัตตานี-ยะลา กรุงเทพฯ (หมอชิต2) -หาดใหญ่ กรุงเทพฯ (หมอชิต2)- สตูล กรุงเทพฯ(หมอชิต2)-นครศรีฯ-หัวไทร และกรุงเทพฯ (หมอชิต 2)-ตรัง เป็นต้น
“จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ บขส. มีค่าใช้จ่ายต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น ประมาณ 3-5% หรือประมาณเดือนละ 6-8 ล้านบาท จากเดิมที่ บขส.มีต้นทุนน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 24-25 ล้านบาทต่อเดือน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 บขส.มีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมัน ประมาณเกือบ 200 ล้านบาท” นายสัญลักข์ กล่าว
นายสัญลักข์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม บขส. ยินดีที่จะตรึงราคาค่าโดยสารให้กับประชาชน และยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการประชาชนด้วยบริการที่มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยและมีการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบายของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด ทั้งภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารและบนรถโดยสารด้วย