สายไหมต้องรอด พาพ่อค้า-แม่ค้า ตลาดยิ่งเจริญ ร้อง ปอศ. หลังจากถูก เท้าแชร์ เชิดเงินย้ายบ้านหนี เผย ความเสียหายนับร้อยล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.ค.2565 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดยิ่งเจริญ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปอศ. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเท้าแชร์รายหนึ่ง ที่โกงเงินค่าแชร์ไป ความเสียหายนับร้อยล้านบาท

น.ส.ชลลดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี แม่ค้าร้านเครื่องครัว ตัวแทนของกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เท้าแชร์คนนี้ก็เคยเป็นพ่อค้าในตลาดเหมือนพวกตน ที่ผ่านมาก็เล่นกันมานานนับ 10 ปี จนวงแชร์มีขนาดใหญ่ขึ้น แยกเป็นวงแชร์เล็กใหญ่ 10 กว่าวง จนกระทั่งเท้าแชร์คนแรกเสียชีวิตไป เหลือเพียงภรรยามารับช่วงต่อ ซึ่งพวกตนก็ยังให้ความไว้วางใจและร่วมเล่นต่อกันเรื่อยมา มีทั้งแชร์รายวันและรายเดือน

สายไหมต้องรอด พาพ่อค้า-แม่ค้า ตลาดยิ่งเจริญ ร้อง ปอศ. หลังจากถูก เท้าแชร์ เชิดเงินย้ายบ้านหนี

สายไหมต้องรอด พาพ่อค้า-แม่ค้า ตลาดยิ่งเจริญ ร้อง ปอศ. หลังจากถูก เท้าแชร์ เชิดเงินย้ายบ้านหนี

น.ส.ชลลดา กล่าวต่อว่า จนเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา เท้าแชร์คนนี้ก็มาเก็บเงินครั้งสุดท้าย เนื่องจะต้องเปียแชร์กันในวันที่ 15 ก.ค. ก็ปรากฏว่าไม่มีการจ่ายเงินให้ลูกแชร์แต่อย่างใด หากรวมยอดเงินถึงมือสุดท้ายก็เป็นเงินหลายสิบล้านบาท หลังจากไม่ได้เงิน พวกตนก็หารือกันว่าจะทำอย่างไร ตอนแรกคิดว่าเท้าแชร์คงไปทำบุญเข้าพรรษา

น.ส.ชลลดา กล่าวอีกว่า แต่เมื่อตามไปหาที่บ้าน ก็พบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะมีการขนทรัพย์สินย้ายออกไปทุกอย่าง นอกจากนี้ก็ยังติดต่อทางโทรศัพท์ และสื่อสังคมออนไลน์ทุกช่องทาง ไม่สามารถติดต่อได้อีก ส่วนตัวลูกหลานของเท้าแชร์ที่เคยขายของอยู่ในตลาด ก็ปิดแผงหนีหายไปเช่นกัน

ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า ตนพากลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดยิ่งเจริญซึ่งถูกเท้าแชร์รายนี้เชิดเงินหนีไป เข้ามาแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอศ. ความเสียหายนับร้อยล้านบาท มีผู้เสียหายนับร้อยราย ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักสอบสวนได้สอบปากคำกลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดไว้หลักฐาน ก่อนส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน