5 บริษัทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมตัวขอขึ้นราคา ซองละ 8 บาท ชี้สารพัดปัญหา ไม่รู้ขึ้นแค่นี้ จะเอาอยู่หรือไม่ เตรียมยื่นจดหมายลงนาม ในวันพรุ่งนี้

วันที่ 15 ส.ค.2565 นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการสำนักกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเด้นท์ฟู้ด จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ‘มาม่า’ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีที่ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ในตลาดมารวมตัวกัน และแถลงข่าวบนเวทีเดียวกัน เพราะครั้งนี้ประสบภาวะต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ทุกรายไม่ไหวแล้วจริงๆ ทั้งนี้การขอปรับขึ้นเป็นซองละ 8 บาท ก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาอยู่หรือไม่

ทั้งนี้กระแสข่าวการขึ้นราคามีมาโดยตลอด แต่ผู้ผลิตทุกรายไม่สามารถขึ้นได้ หากปรับราคาขึ้นถือว่าผิดกฏหมาย เพราะบะหมี่สำเร็จรูป เป็นสินค้าจำเป็นและถูกควบคุมเข้มงวด ซึ่งการจะปรับขึ้นราคาต้องได้รับอนุมัติจากภาครัฐเท่านั้น

ทางมาม่าได้รับผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบหลักจากราคาน้ำมันปาล์มที่สูงขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ราคาขึ้นมา 3 เท่า แป้งสาลี ราคาขึ้นมา 2 เท่า ซึ่งเฉพาะ 2 ตัวนี้ในซองราคาขึ้นมาเกิน 1 บาทแล้ว โดยรวมๆ ต้นทุนขึ้นมา 12-15% ทุกตัว และยังไม่รวมค่าแรงงานที่กำลังจะปรับขึ้นอีก

สำหรับที่ผ่านมามาม่าขอยื่นปรับราคาบะมี่กึ่งสำเร็จรูปไปแล้ว ก่อนหน้านี้เคยยื่นขอปรับราคาจาก 6 บาท เป็น 7 บาท และล่าสุดขอปรับเป็นซองละ 8 บาท ซึ่งมาม่าซอง 6 บาทมีสัดส่วนการขายถึง 60-70% ทำให้ได้รับผลกระทบหนัก แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน อาจจะมองในหลายมิติ เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าครองชีพของประชาชน

ขณะเดียวกันบะหมี่สำเร็จรูปเป็นดัชนีชี้วัดอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ภาครัฐห่วงเรื่องความรู้สึกของประชาชน ซึ่งอะไรที่เยียวยาและอะไรตรึงราคาได้ก็จะตรึงไว้ก่อน เพราะหากแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 6 บาทยังขึ้นราคา ประชาชนอาจจะรู้สึกแย่ ทำให้ขอให้ผู้ประกอบการตรึงราคาไว้ก่อน แต่ราคาวัตถุดิบยังขึ้นไม่หยุด ทำให้ไม่สามารถยืดเยื้อต่อไปได้แล้ว

ดังนั้นในวันที่ 16 ส.ค.นี้ เวลา 9.30 น.จะไปยื่นจดหมายลงนามร่วมกันระหว่าง 5 บริษัทผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในการขอให้พิจารณาปรับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากซองละ 6 บาท เป็น 8 บาท และเป็นไปได้อยากขอความชัดเจนภายใน 3-4 วัน หรือ ภายในสัปดาห์นี้

นายวีระ นภาพฤกษ์ชาติ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ไวไว” กล่าวว่า ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาต้นทุนการผลิตปรับขึ้นสูงมาก โดยต้นทุนวัตถุดิบหลัก แป้งสาลี ราคาปรับขึ้นมา 20-30% น้ำมันปาล์ม ปรับขึ้นมาเท่าตัว

ขณะที่ต้นทุนพลังงาน ราคาน้ำมันปรับขึ้นมาก ซึ่งประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักในขณะนี้ เพราะบริษัทไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต และต้องจัดจำหน่ายด้วย ทำให้โดน 2 เด้ง จากผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับราคาขึ้น กระทบกับค่าจัดส่งสินค้าด้วย

พร้อมกันนี้ในอนาคตไม่รู้จะโดนเด้งที่ 3 ในเรื่องค่าแรงงานที่ปรับขึ้นมาอีกหรือไม่ จึงอยากขอกรมการค้าภายในให้พิจารณาปรับราคา เพื่อให้อยู่รอด และยืนหยัดในสภาวะแบบนี้ได้ โดยบริษัทขอยื่นปรับราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไวซองละ 6 บาท เป็น 8 บาท ซึ่งไวไวแบบซอง 6 บาท มีสัดส่วน 70% ของยอดขายรวมของบริษัท

อย่างไรก็ตามถ้าทางกรมการค้าภายในไม่ให้ปรับราคา ในอนาคตบริษัทคงต้องลดการขายในประเทศลงบางส่วน และหันไปขยายตลาดต่างประเทศที่สามารถปรับราคาได้ เพราะที่ผ่านมาสินค้าในต่างประเทศได้ปรับราคาไปบ้างแล้ว ซึ่งทางลูกค้าเข้าใจในภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น

กว่า 14 ปี ที่บะหมี่สำเร็จรูปไม่ได้ปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้บริโภค ทำให้มีการตรึงราคามาโดยตลอด ทั้งที่ต้นทุนต่างๆ เงินเฟ้อ ปรับตัวสูงขึ้นมาก โดยที่ผ่านมา การบริหารจัดการต้นทุนเพื่ออยู่รอด บริษัทมีการลดการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ตัดส่วนลดให้ร้านค้า แต่ 1 ปีที่ผ่านมากระทบหนัก ถือเป็นวิกฤตหนักที่สุดของบริษัทแล้ว

นายกิติพศ ชาญภาวรกิจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท วันไทย อุตสาหกรรมอาหาร จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ยำยำ” กล่าวว่า วัตถุดิบหลัก ทั้งแป้งสาลี และปาล์น้ำมัน มีการปรับขึ้นทุกปี และสูงขึ้นมากตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด-19 แพร่ระบาด ล่าสุดปรับเพิ่มประมาณ 40% กระทบต้นทุนการผลิตหนักมาก ทำให้บริษัทขอให้กรมการค้าภายใน ช่วยพิจารณาอนุมัติขึ้นราคาสินค้าเป็น 8 บาทด้วย เพื่อช่วยผู้ผลิตให้อยู่รอดด้วย

โดยสินค้าในต่างประเทศ ได้มีการปรับราคาแล้วไปแล้ว 2 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ในอัตรา 2 หลักทำให้ราคาขายสูงกว่าไทย 2 เท่า

นายปริญญา สิทธิดำรง กรรมการ บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ซื่อสัตย์” กล่าวว่า ภาวะต้นทุนการผลิตสินค้าตอนนี้ ถือว่าชนเพดาแล้วจริงๆ ทำให้บริษัทดำเนินการขอขึ้นราคาสินค้าเป็นซองละ 8 บาท เพราะขณะนี้ขาดทุนแล้วจริงๆ ไม่ได้ขาดทุนกำไรเท่านั้น จึงอยากขอความกรุณากรมการค้าภายในพิจารณาปรับราคา เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ เพราะครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตสุดของบริษัทแล้ว

นายฮิจิริ ฟูกุโอกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชชิน ฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “นิชชิน” กล่าวว่า บริษัทเผชิญวิกฤติต้นทุนเหมือนกับผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกราย แต่นิชชิน มีสินค้าทำตลาดในหลายประเทศ

จากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทมีการปรับราคาสินค้าในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนขึ้น 5-12% โดยบริษัทคิดว่าการปรับราคาให้อยู่ในภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ผลิตมีกำไรสมเหตุสมผล เพื่อผลิตสินค้าส่งมอบถึงผู้บริโภคในตลาดอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน