ตำรวจ PCT ตามรวบสาวไทยวัย 23 ปี เป็นชุดทำงานหลังบ้าน ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะกำลังกลับไปทำงานต่อ ที่กัมพูชา พบเป็นแฟนของคนสนิทบอสใหญ่ชาวจีน

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 (PCT 5) ร่วมกับ ตม.จ.สระแก้ว จับกุมน.ส เจนนิสา นาเมืองจันท์ อายุ 23 ปี ชาวจ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจ.สมุทรปราการที่ จ.422 / 2565 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2565 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันเป็นอั้งยี่,

ร่วมกันเป็นซ่องโจรร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่จะน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” เป็น 1 ใน 58 หมายจับที่พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ออกไว้

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ให้การใดที่เป็นประโยชน์ต่อการขยายผล แต่จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้กำลังจะเดินทางกลับไปทำงานเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่ตึกประตูดำ ประเทศกัมพูชา โดยผู้ต้องหาเป็นชุดทำงานหลังบ้าน ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลของเหยื่อ และเป็นแฟนกับคนสนิทของหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน

เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่พนักงานสอบสวนสภ.เมืองสมุทรปราการ ออกหมายจับไว้ และสามารถยืนยันได้ว่า สาวทอมชื่อยีนขณะนี้ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์อยู่ที่ตึกประตูดำ หน้าวัดตราด ตามที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลไว้ ร่วมกับบุคคลที่มีหมายจับอื่นตามข้อมูลที่ผู้ต้องหาติดต่อกับยีน ผ่านทางข้อความทางเฟซบุ๊ก

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบาดหนักและมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ สิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ เราต้องช่วยกันสื่อสารให้ถึงคนไทยทุกคน ให้พร้อมรับมือกับกลยุทธ์ใหม่ ๆ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเดินหน้าปฏิบัติการตัดวงจรขบวนการส่งคนไทยข้ามแดนไปทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน