พ่อแม่ป.2 สงสัยปมลูกดับในรถตู้ จวกครู-รร.สะเพร่าทั้งๆที่ไว้ใจ ลั่นต้องรับผิดชอบ เผยน้องเป็นลูกคนคนเดียว ครอบครัวสูญเสียครั้งใหญ่ ครอบครัวขอดูกล้องวงจรปิดแต่รร.ไม่อนุญาต

จากกรณีที่ ตำรวจ สภ.พานทอง รับแจ้งเหตุพบนักเรียนหญิงชั้นป.2 วัย 7 ขวบ ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี เสียชีวิตภายในรถตู้รับส่งของโรงเรียน โดยในรถมีกระเป๋าเป้สะพานสีดำและแก้วน้ำดื่มวางอยู่ ซึ่งพ่อและแม่ของนักเรียนยังสงสัยกับสาเหตุที่ลูกเสียชีวิตในรถตู้ เกรงว่าจะมีการอำพรางหรือไม่ ขณะที่ผลชันสูตรเบื้องต้นแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 31 ส.ค.2565 ที่อาคารมาลีนนท์ น.ส.เมทิกา อายุ 31 ปี และ นายไทยอนันต์ อายุ 28 ปี พ่อแม่ของนักเรียนหญิง เปิดเผยหลังออกรายการโหนกระแสว่า วันเกิดเหตุเลยเวลารับส่งลูกมานานมาก ยังบอกป้าว่าวันนี้เลยเวลารถมาส่งลูกนานมาก กระทั่งมีครู 3 คนเดินทางมาที่บ้าน พร้อมแสดงท่าทีอ้ำอึ้ง โดยมีครูผู้ชายที่ขับรถรับส่งได้ถามตนว่า ลูกมีโรคประจำตัวหรือไม่ ตนก็ปฏิเสธบอกว่าน้องแข็งแรงดี ตอนเช้าก่อนไปเรียนยังคุยกันอยู่ และโบกไม้โบกมือก่อนไปเรียน

ตนก็ถามว่าน้องมีปัญหาอะไร ครูตอบว่า เป็นเรื่องที่พูดยากและไม่อยากให้เกิด ตนพยายามถามต่อ เพราะกลัวว่าลูกจะได้รับบาดเจ็บ ได้รับอุบัติเหตุหรือถูกล่วงละเมิด แต่ครูตอบว่า หลังไปส่งช่วงเช้าแล้วก็มาพบร่างน้องตอนเย็น ตรงที่วางเท้าหลังเบาะคนขับ โดยครูอ้างว่าตอนแรกน้องนั่งเบาะเสริมติดประตู ครูที่ขับรถอ้างว่ามีนักเรียนอนุบาลขึ้นมา ครูพี่เลี้ยงจึงให้ไปนั่งแถว 3 เกือบแถวสุดท้าย และอ้างว่าน้องหลับ

น.ส.เมทิกา กล่าวอีกว่า ตนพยายามสอบถามว่าเหตุใดจึงไม่เห็นลูก เพราะลูกสูงประมาณ 130 ซม.หรือเท่าอกตน ไม่ว่าจะอยู่ในท่าทางไหนก็คงต้องเห็น แต่ครูอ้างว่าไม่เห็น คิดว่าลงมาหมดแล้ว ซึ่งปกติน้องก็นั่งรถโรงเรียนมาตั้งแต่ชั้น ป.1 ก็ไม่คยมีปัญหา ขณะที่ไลน์กลุ่มห้องเรียนก็ไม่มีครูแจ้งว่ามีนักเรียนขาดเรียน โดยปกติไม่ว่าจะลาหรือป่วยตนจะเป็นคนแจ้งเอง แต่ครูประจำชั้นก็อ้างว่าลูกขาดเรียนบ่อย มองเป็นเรื่องที่ไม่ถูก เรื่องนี้เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว

เพราะน้องเป็นลูกคนแรกและคนเดียว หามาเปลี่ยนไม่ได้ ซ้ำยังต้องมาเสียชีวิตด้วยความสะเพร่าของครูและโรงเรียน นอกจากนี้ลูกตนก็มีโทรศัพท์มือถือ แต่ด้วยวัยของน้องโรงเรียนยังไม่อนุญาตให้พก และหลังเกิดเหตุครอบครัวได้ขอดูกล้องวงจรปิดแต่โรงเรียนไม่อนุญาต ระบุว่าต้องรอดำเนินการตามขั้นตอน อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่มีผลการตรวจสอบแก้วน้ำที่อยู่ในรถ รวมถึงยังต้องรอผลการชันสูตรของลูกออกมาเท่านั้น

ทั้งนี้ เราต้องการให้โรงเรียนแสดงความรับผิดชอบ แต่ยังไม่มีการพูดคุยอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ครอบครัวไว้ใจโรงเรียน มั่นใจว่าต้องดูแลลูกได้ดีแน่นอน ตนก็อยากให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องทรมาน และแม่จะไม่ทิ้งหนูแน่นอน จะหาความยุติธรรมให้ ไม่ต้องกลัว ซึ่งเรื่องนี้ก็คิดได้หลายอย่างเพราะน้องเป็นผู้หญิงและหน้าตาน่ารัก จึงยังไม่ตัดข้อสงสัยใดๆไป

ป้าอ้อม กล่าวว่า ก่อนเข้ารายการได้คุยกับครูที่ขับรถรับส่งประจำ บอกว่าตัวเองไม่ได้เช็กเด็ก แต่จะมีครูพี่เลี้ยงที่นั่งมาด้วยกันบอกว่าเด็กลงหมดแล้ว ก่อนขับรถไปจอดที่ลานจอด ซึ่งมีหลังคาปิดรถมาครึ่งคัน แล้วปล่อยรถทันที โดยบริเวณนั้นมีคนขับรถอีก 3 คนอยู่ แต่จากที่แม่น้องไปส่งที่โรงเรียน จะเห็นว่ารถจอดตากแดดตลอด

อีกทั้งครูยังอ้างว่าปกติจะเช็กเด็กก่อนปล่อยรถ แต่เมื่อวานที่เกิดเหตุไม่ได้เช็ก โดยที่ครูไม่ได้พูดถึงเรื่องการเก็บขยะ หรือฉีดพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรคในรถเลย ตนก็แปลกใจที่คนขับรถรับส่งนักเรียนต้องคอยหมั่นตรวจสอบรถ และครูยังอ้างอีกว่าไม่ได้ล็อกประตูรถ กระจกรถก็เป็นแบบใส น่าสงสัยว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุนี้ และปกติน้องเป็นคนฉลาด ต้องดิ้นรนขอความช่วยเหลือแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน