หนุ่มร้องถูกกระบะขับปาดหน้า ชนแล้วหนี ก่อนเสียหลักพุ่งอัดต้นไม้รถพังเสียหาย พลเมืองดีขับตามถ่ายป้ายทะเบียนทัน ด้าน ตำรวจออกหมายเรียกแล้ว
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 ก.ย.2565 นายรัชชานนท ปรึกษา อายุ 24 ปี ผู้เสียหาย เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังมีรถกระบะ 4 ประตู สีบรอนซ์ พุ่งชนรถของตัวเอง จนเสียหลักไปชนเข้ากับต้นไม้ บริเวณถนนสายไหม ซึ่งรถคู่กรณีขับหลบหนี แต่ยังโชคดีที่มีพลเมืองดีขับตามและสามารถถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้ให้
นายรัชชานนท กล่าวว่า ตนได้ขับรถยนต์เพื่อกลับบ้านตามปกติ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนเห็นว่ารถคู่กรณีเหมือนจะกลับรถ แต่ตนมาเส้นทางหลัก จึงไม่ได้ชะลอ แต่จู่ ๆ รถคู่กรณีก็ได้พุ่งมาชนเข้ากลางตัวรถ ทำให้ตนเสียหลักไปพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทาง จังหวะนั้นตนรู้สึกตกใจและงงมาก จึงจะลงมาดูรถและคุยกับคู่กรณี แต่คู่กรณีก็ทำท่าเปิดไฟขอทาง แต่กลับไม่ลงจากรถ และขับหลบหนีไป โชคดีที่มีพลเมืองดีขับตามไปให้และนำเลขทะเบียนรถมาบอก ก่อนที่จะไปแจ้งความ

หนุ่มร้องถูกกระบะขับปาดหน้า ชนแล้วหนี ก่อนเสียหลักพุ่งอัดต้นไม้รถพังเสียหาย พลเมืองดีขับตามถ่ายป้ายทะเบียนทัน
นายรัชชานนท กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รถยนต์ของตนพังเสียหาย ยางล้อรถแตก ประตูข้างยุบเข้ามาไม่สามารถใช้การได้ ซึ่งตอนได้นำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่แล้ว ส่วนตนก็ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณข้อเท้า เกิดอาการอักเสบ นอกจากนี้ ยังรู้สึกผวาเวลาขับรถอยู่ เพราะตั้งแต่ขับรถมายังไม่เคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนี้เลย
นายรัชชานนท กล่าวอีกว่า โชคดีที่ในวันเกิดเหตุไม่มีใครนั่งมาด้วย เพราะหากมีคนนั่งอยู่ที่ฝั่งข้างคนขับอาจจะทำให้เกิดความเสียหายหนักกว่านี้ เพราะตอนเกิดอุบัติเหตุนั้น ฝั่งข้างคนขับเสียหายหนักสุด ตนอยากให้คู่กรณีมารับผิดชอบ ค่าซ่อมแซมรถยนต์และค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ หลังเกิดได้ไปแจ้งความแล้วที่ สน.สายไหม
นายรัชชานนท กล่าวด้วยว่า ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายเรียกคู่กรณีแล้ว แต่ก็ยังไม่มารายงานตัวหรือรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนกล้องวงจรปิด ตนก็เป็นคนไปตามหากล้องวงจรปิดเอง ซึ่งในช่วงบ่ายจะไปติดต่อยังเขตสายไหมเพื่อขอกล้องวงจรปิดในการติดตามตัวคู่กรณีให้มารับผิดชอบ เพราะไม่รู้ว่าคู่กรณีนั้นเมาแล้วขับด้วยหรือไม่
ด้าน นายนิติคุณ ยุกตะนันท์ หรือ คุณโจ อายุ 34 ปี พลเมืองดีที่ขับรถตาม ให้สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ว่า ตนกำลังขับรถกลับบ้าน แล้วสังเกตเห็นรถกระบะจอดเปิดไฟกระพริบอยู่ริมถนนเลนซ้ายสุดของถนน เหมือนจะกลับรถ แล้วตนก็เห็นรถเก๋งสีขาวขับตรงมา ซึ่งเป็นจังหวะที่รถกระบะออกตัวกลับรถพอดีทำให้ชนเข้าที่กลางรถอย่างจัง รถเก๋งจึงพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง
นายนิติคุณ กล่าวต่อว่า นาทีนั้นตนจึงตัดสินใจขับตามเพราะเห็นว่ารถกระบะไม่มีท่าทีจะหยุดลงมาดูรถคู่กรณี ตนขับตามไปจนถึงซอยสายไหม 39 เพื่อตั้งใจจะบอกให้รถกระบะหยุดแล้วมารับผิดชอบรถคู่กรณี ซึ่งระหว่างนั้น ก็ได้ลดกระจกแล้วตะโกนบอกให้หยุด พร้อมกับตะโกนบอกไรเดอร์แถวนั้นให้บอกกระบะให้หยุดด้วย แต่ไม่มีใครสนใจ
นายนิติคุณ กล่าวอีกว่า ตนขับตามไปจนเห็นป้ายทะเบียนรถชัด ก็วนรถกลับมาหารถเก๋งพร้อมกับเอากล้องหน้ารถให้และให้เบาะแส เผื่อว่าผู้เสียหายจะสามารถตามตัวคนที่ขับรถชนมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลที่ต้องขับรถตามเลย โดยที่ตัดสินใจขับตาม มองว่าเขาไม่ควรจะขับรถชนแล้วหนี


