ศาลเลื่อนอ่านอุทธรณ์คดี ‘พริตตี้ลัลลาเบล’ ไป 17 ม.ค.ปีหน้า เหตุยังพิจารณาไม่เสร็จ หลังศาลชั้นต้นจำคุก ‘น้ำอุ่น’ 8 ปี ส่วนที่เหลือโดนสนับสนุน 5 ปี 4 เดือน
เมื่อวันที่ 13 ก.ย.65 ที่ศาลอาญาธนบุรี ถนนเอกชัย ศาลนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการ โจทก์ และครอบครัวผู้เสียชีวิต โจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น วงศ์ทะบุตร จำเลยที่ 1, นายชัยพล หรือคิว พรรณนา เจ้าของงานปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง จำเลยที่ 2, นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร จำเลยที่ 3, น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญภา แฟนสาวของคิว จำเลยที่ 4, นายกฤษฎาหรือโนบิ โลหิตดี จำเลยที่ 5, นายโกเศศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ จำเลยที่ 6

ในความผิด 4 ข้อหา ฐานเป็นซ่องโจร, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้,

หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 210, 213, 278, 284, 310 ประกอบมาตรา 83, 91

กรณีจำเลยทั้ง 6 มีงานเลี้ยงโดยมีการดื่มสุรา ที่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง แล้วจ้าง น.ส.ธิติมา หรือลันลาเบล นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 26 ปี ให้มาเป็นพริตตี้ชงเหล้าร่วมเต้นรำและร่วมดื่มสุรา โดยจำเลยทั้ง 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ น.ส.ธิติมาดื่มสุราจนเมาและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้แล้ว
นายรัชเดช จำเลยที่ 1 พาพริตตี้ลันลาเบล ซึ่งขณะนั้นมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในเลือดสูงมากอยู่ในภาวะมึนเมา โดยใช้กำลังประทุษร้ายไปอนาจาร และอุ้มแบกออกจากบ้านหลังดังกล่าวไปขึ้นรถยนต์ของจำเลยที่ 1 แล้วพาไปที่ห้องพักคอนโดย่านดาวคะนอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. แล้วจำเลยที่ 1 พาพริตตี้ลันลาเบลอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ไปบนห้องพัก เป็นเหตุให้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง ต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายและถึงแก่ความตาย
ส่วนจำเลยที่ 2-6 ร่วมกันสนับสนุนการกระทำผิดของจำเลยที่ 1 ขณะที่จำเลยที่ 2-6 ต่างล่วงรู้ถึงเป้าหมายของการจัดงานปาร์ตี้ โดยให้พริตตี้ลันลาเบลดื่มสุราจนเมา ไม่สามารถครองสติและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ แล้วพวกจำเลยยินยอมให้นายรัชเดชจำเลยที่ 1 พาพริตตี้ลันลาเบลไปกระทำอนาจารโดยไม่ได้ขัดขวางหรือเข้าห้ามปรามอันเป็นการให้ความช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกในการที่นายรัชเดช
โดยนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันนี้ โจทก์ โจทก์ร่วม จำเลยทั้งหก โดยนายรัชเดช หรือน้ำอุ่น จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 350,000 บาท ส่วนนายชัยพล หรือคิว เจ้าของบ้านปาร์ตี้ จำเลยที่ 2 กับพวกใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 150,000 บาท และทนายจำเลย มาศาล
อย่างไรก็ดีศาลอุทธรณ์ได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ล่วงหน้าไปก่อนเนื่องจากศาลอุทธรณ์พิจารณาคดียังไม่แล้วเสร็จ จึงขอเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ล่วงหน้าออกไปเป็นวันที่ 17 ม.ค.2566 เวลา 10.00 น.
ภายหลังลงมาจากห้องพิจารณาคดี นายชัยพล หรือคิว ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า ศาลเลื่อนไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันที่ 17 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากทำคำพิพากษายังไม่เสร็จสิ้น ก่อนเดินเดินทางขึ้นรถยนต์กลับออกไปกับเพื่อนทันที
ด้านนายเทพพิทักษ์ พฤกษาสิทธิโรจน์ ทนายความนายชัยพล หรือคิว กล่าวว่า ศาลเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเป็นวันที่ 17 ม.ค.ปีหน้า เนื่องจากคดีมีพยานหลักฐานจำนวนมาก ศาลอุทธรณ์กำลังพิจารณาอยู่แต่ยังไม่เสร็จสิ้น
ส่วนทางเรื่องค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้จ่ายผู้เสียหาย ฝ่ายจำเลยก็พยายามชดใช้ให้มากที่สุดในส่วนที่จ่ายได้ แต่ก็มีบางส่วนที่ฝ่ายจำเลยคิดว่าไม่ถูกต้อง เพราะเป็นเหตุที่ไม่มีใครตั้งใจตั้งแต่แรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 ต.ค.63 โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น ฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย
ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุดให้จำคุก 8 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-6 ให้ลงโทษฐานเป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดดังกล่าวจำคุกคนละ 5 ปี 4 เดือน และให้จำเลยทั้ง 6 ร่วมกันชดใช้ค่าสินใหม่แก่โจทก์ร่วมจำนวน 748,660 บาท