จากกรณีนายจูเซปเป เดอ สเตฟานี อายุ 62 ปี ชาวอิตาลี ถูกฆ่าเผานั่งยางที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านบึงทับจั่น หมู่ที่ 3 ต.แหลมรัง อ.บึงนางราง จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นางรุจิรา คล้ายละมัย อายุ 38 ปี ภรรยาผู้ตาย และนายฮามัวรี่ ริกกัว ชาวฝรั่งเศส สามีอีกคนหนึ่ง ซึ่งหลังก่อเหตุหลบหนีไป พร้อมด้วยรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 1374 สมุทรสงคราม

 

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ม.ค. พ.ต.อ.ชัยเสถียร มณีจักร ผกก.สภ.บึงนาราง จ.พิจิตร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้รับเงินรางวัลนำจับ 10,000 บาท จากนายสมบัติ พุทธสอน คณะกรรมการตำรวจ สภ.บึงนาราง จ.พิจิตร พร้อมเปิดเผยว่า ในพื้นที่อ.บึงนาราง ไม่เคยเกิดเหตุอุกฉกรรจ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ตนในฐานะคณะกรรมการโรงพักได้นำเงินสดส่วนตัวมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงนางราง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงาน จนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ซึ่งก็มีอีกหลายท่านที่จะมอบเงินรางวัลนำจับให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำตัวนางรุจิรา และนายฮาโมรี สองผู้ต้องหาฆ่าเผายางนายจูเซปเป ไปสอบปากคำขยายผลและชี้จุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งทำแผนประกอบคดี 5 จุด คือ ที่ม.3 ต.แหลมรัง เป็นจุดเผานั่งยาง จุดที่ 2 บริเวณหมู่บ้านแหลมรัง ซึ่งจุดนี้นางรุจิรา และนายฮาโมรี ได้ไปซื้อน้ำมันเบนซิน จุดที่ 3 บริเวณคันคลองชลประทาน ม.6 ต.แหลมรัง เป็นจุดที่นายจูเซปเป รวมทั้งนายฮาโมรีและนางรุจิรา ไปพูดคุยและตกลงกัน และเป็นจุดที่ใช้มีดฟัน

จุดที่ 4 บ้านเลขที่ 134 ซึ่งเป็นบ้านของนางรุจิรา จุดนี้นายฮาโมรี นำรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุนำไปล้างคราบเลือด และจุดที่ 5 บ้านเช่าของนายฮาโมรี ที่ต.ทุ่งใหญ่ ซึ่งนางรุจิรา ไปรับนายฮาโมรี ซึ่งทั้ง 5 จุด มีประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก

พ.ต.อ.ชัยเสถียร กล่าวว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้น นางรุจิราให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 18 ม.ค. นางรุจิราพร้อมนายฮาโมรี ได้ขับรถไปรับนายจูเซปเปที่บ้านของนางรุจิรา เลขที่ 134 เพื่อตกลงกันระหว่างนายจูเซปเป และนางรุจิรา แต่นายจูเซปเปไม่ยอม โดยพูดว่าซื้อนางรุจิรามาแล้ว 1 แสนบาท จะทำอะไรกับนางรุจิราก็ได้

จากนั้นได้มีการโต้เถียงกันจน เป็นเหตุให้นายฮาโมรีใช้มีดฟันไปที่ศีรษะนายจูเซปเป 2 ครั้ง จนแน่นิ่งและเสียชีวิต จากนั้นได้ช่วยกันนำศพใส่รถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กค-1374 สมุทรสงคราม รอจนค่ำ แล้วจึงนำศพไปเผายางที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านบึงจั่น กระทั่งในตอนเช้านางรุจิรา และนายฮาโมรี ได้ช่วยกันล้างคราบเลือดที่ติดอยู่ในรถ จากนั้นได้หลบหนีไป

นางรุจิรา ยังให้การว่า คนลงมือฆ่านายจูเซปเป คือนายฮาโมรี เพราะทนเห็นนายจูเซปเปตบตีตนไม่ไหว จึงใช้มีดฟันนายจูเซปเปที่ศีรษะจนแน่นิ่งเสียชีวิต ซึ่งวันที่เกิดเหตุ นายจูเซปเปได้เรียกให้ตนไปรับที่บ้านเพื่อตกลงกันว่าจะเลือกใคร จากนั้นได้มีปากเสียงกันระหว่างตนกับนายจูเซปเป ซึ่งนายจูเซปเปได้ลงมือตบตีตน จนนายฮาโมรีทนไม่ได้และก่อเหตุดังกล่าว

นางรุจิรา กล่าวว่า อดีตที่ผ่านมา นายจูเซปเปอยากมีลูกกับตน โดยก่อนหน้านายจูเซปเปมีลูกชายที่เกิดกับภรรยาเก่าที่อิตาลี คือนายลูก้า จนต่อมาตนตั้งท้องได้ 4 เดือน นายจูเซปเปโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องที่ตนท้องให้นายลูก้าฟัง แต่นายลูก้า ไม่ยอมรับเด็กในท้องเป็นน้อง จนทำให้ตนกับนายจูเซปเปมีปากเสียงกันรุนแรง นายจูเซปเปได้ขอเลิกกับตนและบินกลับประเทศ ตนจึงปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สงเคราะห์ที่กรุงเทพฯ เพื่อเอาเด็กออก

นางรุจิรา กล่าวต่อว่า จากนั้น ตนได้คบหากับนายฮาโมรี และอยู่กินกันแบบสามีภรรยา โดยไม่ทราบว่านายฮาโมรีติดแบล็กลิสต์เข้าประเทศไทยไม่ได้ จนกระทั่งนายจูเซปเปได้ติดต่อกลับมาเพื่อขอคืนดี และส่งเงินมาให้ใช้หลังจากเลิกกันไปแล้ว ซึ่งตนไม่ได้บอกนายจูเซปเปว่ามีสามีใหม่ กระทั่งนายจูเซปเปบินกลับมาเมืองไทย และเห็นตนกับนายฮาโมรีอยู่ด้วยกัน จึงมีปากมีเสียงกัน ตนได้หนีไปอยู่บ้านอีกหลังกับนายฮาโมรี จนกระทั่งนายจูเซปเปโทรศัพท์มาขอพูดคุยและเจรจาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

นางรุจิรา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทรมานมาก เนื่องจากนายจูเซปเปมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรงทางเพศ ส่วนที่เลิกกันนั้น มีหลายสาเหตุ คือ ทนพฤติกรรมที่ชอบใช้ความรุนแรงของนายจูเซปเปไม่ไหว และนายจูเซปเปไม่รับผิดชอบที่ตนท้อง และบินกลับประเทศโดยไม่รับผิดชอบอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานายลูก้า เดอ สเตฟานี อายุ 33 ปี ลูกชายนายจูเซปเปได้เดินทางมาดูศพและข้าวของเครื่องใช้ของนายจูเซปเป ได้ใส่อารมณ์เกรี้ยวกราดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าว โดยหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทำงานล่าช้า จับกุมตัวคนร้ายไม่ได้ นอกจากนี้ยังพูดจาหยาบคายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้ง นายลูก้าได้ยืมรถตำรวจ สภ.บึงนาราง ไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อของบางอย่าง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแอบตามไป เมื่อนายลูก้าเห็นถึงกลับทุบกระจกรถตำรวจที่ยืมไปซื้อของจนกระจกรถแตก ซึ่งนายลูก้าได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 6,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ติดใจเอาความ เพราะเห็นว่านายลูก้าอยู่ในอาการเคียดแค้น และเศร้าเสียใจที่พ่อถูกฆ่า

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังขยายผลการสืบสวน ว่า เบื้องหลังการฆาตกรรมนายจูเซปเปในครั้งนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิดอีกหรือไม่ ซึ่งนางรุจิรายังปิดปากเงียบ และรับสารภาพว่า นายฮาโมรีเป็นผู้ลงมือฆ่าเพียงคนเดียว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน