กรมอุตุฯ แจง 11-17 ต.ค.นี้ มวลอากาศเย็นปกคลุมเหนือ-อีสาน ส่งผลอากาศเย็นลง ส่วนภาคใต้ฝนเพิ่ม กลาง ตะวันออก กทม. ฝนลด ย้ำ อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีก
วันที่ 8 ต.ค.2565 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์น้ำและการพยากรณ์อากาศ ผ่านทางแอพพลิเคชัน ThaiWater และการแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้าผ่านแอพฯไลน์ LINE ALERT เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง นำไปสู่การเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ต่าง ๆ
สำหรับการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วง 8-10 ต.ค.นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า จะยังมีฝนตกต่อเนื่องในทุก ๆ ภาค และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม.ปริมณฑล และภาคใต้ ยังต้องเฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ คลื่นลมฝั่งอันดามันมีกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง ชาวเรือต้องระวังการเดินเรือในระยะนี้
ปัจจัยที่ให้มีฝนในช่วงนี้ มาจากมวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) จากประเทศจีนปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย จึงทำให้มีฝนในบริเวณดังกล่าว
ส่วนช่วงวันที่ 11-17 ต.ค. คาดว่าจะมีฝนลดน้อยลงโดยเฉพาะทางตอนบนของประเทศ อากาศเย็นลง ฝนยังมีเกิดขึ้นได้ในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. และปริมณฑล ส่วนภาคใต้จะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากจะมีมวลอากาศเย็น (ความกดอากาศสูง) แผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ลมเริ่มเปลี่ยนทิศทางเป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น อากาศจะเริ่มเย็นลง
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำทางด้านตะวันออกของประเทศเวียดนาม ช่วงวันที่ 12-16 ต.ค.65 ซึ่งอาจจะทำให้มีฝนเกิดขึ้นทางภาคอีสานได้ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลนำเข้าใหม่ และขอเน้นย้ำว่า ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศร้ายแรงเกิดขึ้น กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน