กู้ภัย เล่านาทียื้อชีวิต หนุ่มถูกแทง เพราะอยาก ลองของ ก่อนสิ้นใจระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เผยคำพูดสุดท้าย แฉประวัติมือมีด พบเพิ่งพ้นคุกมาได้ 1 ปี
จากกรณี นายอรรถพล ณ นคร อายุ 44 ปี ถูก นายวิฑูรย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานชักมีดแทงเสียชีวิต บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในชุมชนตลาดคลองเตย ซอย 8 ตรงข้ามสนามฟุตบอลท่าเรือ กรุงเทพฯ เหตุเพราะอยากลองพระที่แขวนว่าเหนียวจริงหรือไม่
ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ย.2565 นายชลอ เสือกระจ่าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่ให้การช่วยเหลือ นายหนุ่ม ก่อนจะเสียชีวิต เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ตัวเองกำลังขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์กลับบ้าน เมื่อถึงหน้าสนามฟุตบอลท่าเรือ พบว่ามีรถฟอร์จูนเนอร์จอดอยู่กลางถนน และมีชายคนหนึ่งสภาพเลือดท่วมตัวเกาะรถอยู่

กู้ภัย เล่านาทียื้อชีวิต หนุ่มถูกแทง เพราะอยาก ลองของ ก่อนสิ้นใจระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เผยคำพูดสุดท้าย
นายชลอ กล่าวต่อว่า ตนจึงจอดรถถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งชายดังกล่าวก็บอกว่า “พี่ช่วยผมด้วย พาผมหนีหน่อย พาผมไปส่งโรงพยาบาลหน่อย” ก่อนจะกระโดดขึ้นซ้อนบิ๊กไบก์กอดเอวไว้ทันที ตนพอจะทราบว่า สาเหตุที่ถูกแทงน่าจะมีคู่กรณีจึงรีบขับออกมาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวโดนตาม ตนจึงขับรถเพื่อจะนำตัวส่งโรงพยาบาล
นายชลอ กล่าวอีกว่า แต่เมื่อมาถึงแยก ณ ระนอง นายหนุ่มกลับมีอาการแย่ลง เริ่มเสียงแผ่ว หายใจไม่ออก จึงตัดสินใจจอดรถ เพื่อประสานรถกู้ชีพให้เข้าช่วยเหลือ ทันทีที่จอดรถ เขาก็หมดแรงหล่นลงมา ตนจึงประคองมานอนเพื่อรอให้กู้ชีพมารับตัวไป ตอนที่ประคองนายหนุ่มนอนลงบนฟุตปาธ แล้วถอดเสื้อออกเพื่อดูบาดแผล สร้อยคอทองคำน้ำหนักประมาณ 10 บาท ที่มีพระเครื่องห้อยอยู่ก็ได้หล่นลงมา ซึ่งตัวเองก็ได้มอบให้กับภรรยาของนายหนุ่มที่ตามมา ซึ่งคำพูดสุดท้ายของนายหนุ่มบอกว่า “เจ็บมาก ไม่ไหวแล้ว”
นายชลอ กล่าวด้วยว่า ตนทราบภายหลังว่า สาเหตุที่นายหนุ่มถูกแทงนั้น มาจากการอยากลองของว่าพระที่ใส่อยู่จะหนังเหนียวหรือไม่ ตนมองว่ามันไม่สมเหตุผลเท่าไหร่ เพราะว่าผู้ก่อเหตุ ยังวิ่งตามมาแทง เหมือนจุดประสงค์ต้องการจะให้เสียชีวิตมากกว่า
ด้าน ตำรวจ สน.ท่าเรือ ท้องที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดเหตุญาติของ นายวิฑูรย์ ได้ประสานจะพาเข้ามอบตัว แต่ทางตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน โดยได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา และขณะนี้ฝ่ายสืบสวนก็อยู่ระหว่างเร่งหาเบาะแสเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งเชื่อว่านายวิฑูรย์ยังกบดานอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ
เบื้องต้นตำรวจคาดว่า สาเหตุเกิดจากการเมาเหล้า แล้วอาจพูดผิดหูกันในวงเหล้า เพราะที่ผ่านทั้ง 2 คนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน แล้วยังดื่มกินสังสรรค์กันเกือบทุกคืน สำหรับตัวนายวิฑูรย์เพิ่งเข้ามาทำงานอยู่ที่ตลาดคลองเตยได้ประมาณ 2 เดือน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่จากการตรวจสอบพบประวัติเคยต้องโทษจำคุกคดีฆ่าคนตายทางภาคใต้ เมื่อ 3-4 ปีก่อนหน้านี้ และก็เพิ่งพ้นโทษมาได้ประมาณเกือบ 1 ปี ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำ
จากภาพกล้องวงจรปิดจะเห็นได้ว่า มีการตั้งวงดื่มเหล้ากันอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ ซึ่งก็เป็นบรรยากาศที่พูดคุยกันสนุกสนาน จากนั้นนายหนุ่มได้ลุกเดินออกไปปัสสาวะที่ริมกำแพงฝั่งตรงข้าม แล้วนายวิฑูรย์ก็เดินตามไปปัสสาวะด้วยกันกับผู้ตาย จากนั้นขากลับเข้ามาที่วงเหล้า นายหนุ่มได้เดินกลับมาก่อน ซึ่งยังยิ้มหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่หลังจากนั้นไม่นาน นายวิฑูรย์ได้เดินข้ามฝั่งกลับมา ยืนประชิดตัวผู้ตายแล้วถามว่า แขวนหลวงพ่ออะไร ซึ่งผู้ตายได้ดึงพระที่ห้อยคอออกมาให้ดู โดยนายวิฑูรย์บอกว่า อยากลองของ แต่คนเจ็บปฏิเสธไม่ให้ลอง จากนั้นนายวิฑูรย์ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง บอกว่า ได้ พร้อมกับชักมีดออกมาจ้วงแทงนายหนุ่ม ทันที

