ชูวิทย์ เผาพริกเผาเกลือแช่ง คนเอี่ยว กลุ่มนายทุนจีนสีเทา แฉเส้นทางการเงิน นอมินี ลั่นหากไม่จริงขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 ธ.ค.2565 ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง แถลงเปิดเผยข้อมูล กลุ่มนายทุนจีนสีเทา เพิ่มเติม หลังนำเรื่องไปยื่นให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยนายชูวิทย์โชว์เอกสาร อ้างเป็นหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน มีเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เมื่อปี 2563 ที่นายตู้ห่าว ให้นางพัชรินทร์ ซึ่งเป็นนอมินีดำเนินการแทน
มีลายเซ็นนางพัชรินทร์ ลงนามเป็นผู้ซื้อ และระบุว่ารับมอบอำนาจจากนายตู้ห่าว มีหลักฐานโอนเงินระหว่างนายตู้ห่าวกับนางพัชรินทร์ ครั้งละ 3-5 ล้านบาทหลายครั้ง มีสำเนาเช็คที่นางพัชรินทร์ เซ็นจ่ายแทนนายตู้ห่าวเพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายอีกจำนวนหนึ่ง หากนายตู้ห่าวทำธุรกิจถูกกฎหมาย ทำไมต้องใช้นอมินีมาถือครองทรัพย์สิน และทำธุรกรรมทางการเงินแทน
นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนได้รับข้อมูลนายตู้ห่าว จากพยานคนสำคัญที่เป็นอดีตคนใกล้ชิดนายตู้ห่าว แต่เกิดขัดผลประโยชน์กัน เนื่องจากนายตู้ห่าวไม่จ่ายค่าจ้าง บุคคลนี้จึงติดต่อมาหาตน ดังนั้น ตนจึงมีข้อมูลจำนวนมากที่จะทยอยให้ตำรวจนำไปสืบสวนต่อ นอมินีคนสำคัญของนายตู้ห่าว ใช้ชื่อนางพัชรินทร์ เป็นคนไทยดำเนินการแทน
ตนมีข้อมูลว่าการออกวีซ่าให้คนจีนเข้ามาอยู่ในไทย นายทุนจีนเหล่านี้ซื้อโรงเรียนสอนภาษาไทยให้คนจีนอยู่ และรับรองการอยู่ในไทยในฐานะนักศึกษา ทำให้ไปต่อวีซ่าได้ตลอด และยังเปิดเผยภาพถ่ายของนายหลินหลง อดีตที่ปรึกษาสมาคมพ่อค้าไทยที่ร่วมถ่ายภาพกับข้าราชการหลายคน แอบอ้างใส่ชุดคล้ายทหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้อ้างตัวเป็นผู้มีอิทธิพลกับกลุ่มคนจีน และลักลอบตั้งสมาคมอีกหลายแห่งขึ้นมา เพื่อทำให้น่าเชื่อถือ
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า นอกจากกลุ่มทุนจีนจะเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย และพยายามที่จะอยู่ในไทยอย่างผิดกฎหมาย ยังพบมีการทำสิ่งกระทบต่อความมั่นคงต่อประเทศ โดยตนขอใช้คำว่า อุ้มท้องซื้อพ่อ ซึ่งรายละเอียดการกระทำความผิดนี้จะขอแถลงในครั้งต่อไป
ช่วงหนึ่งของการแถลง นายชูวิทย์ ยังได้เปิดเผยภาพถ่ายการก่อสร้างบ้านขนาดใหญ่กลางหุบเขาในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ที่ระบุได้ข้อมูลมาว่ามีการใช้เงินจากหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดของต่างประเทศเพื่อมาสนับสนุนหน่วยงานยาเสพติดของไทย แล้วนำเงินไปสร้างบ้านกลางป่า คล้ายกรณีการสร้างบ้านพักตุลาการที่จังหวัดเชียงใหม่ก่อนหน้านี้ แต่รายละเอียดยังไม่ขอเปิดเผย
นายชูวิทย์ ยังตั้งคำถามไปถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ว่าเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจยึดอายัดทรัพย์สินคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ทำไมไม่เข้าไปตรวจค้นในเครื่องบินส่วนตัว มีเพียงเข้าไปตรวจยึด ซึ่งหากตรวจค้นอาจจะได้ข้อมูลหลักฐานบางอย่างที่สำคัญทางคดีเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายชูวิทย์ แถลงข่าวเสร็จยังได้ทำพิธีเผาพริกเผาเกลือ โดยบอกว่า ทำเพื่อสาปแช่งคนที่พูดกล่าวหาการออกมาเปิดเผยข้อมูลของตนมีคนอยู่เบื้องหลัง และสาปแช่งบุคคลที่สนับสนุนกลุ่มนายทุนจีนสีเทานี้ด้วย พร้อมยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลทุนจีนสีเทา เพื่อต้องการปกป้องประเทศ ไม่มีบุคคลใดอยู่เป็นเบื้องหลัง
“หากผมพูดไม่จริง ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ ก็ขอให้พินาศมีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน แต่ถ้าหากผมพูดจริงก็ขอให้ สันขวาน มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน แล้วถ้าเป็นอะไรไปจริงๆ ผมก็จะส่งเครื่องสังฆทานไปให้ หากินกับกลุ่มจีนสีเทา โดยใช้แต่ปากพูด แต่ไม่ได้มีข้อมูล ข้อมูลเรื่องทุนจีนสีเทา ผมเริ่มพูดมาตั้งแต่วันที่ 13 ก.ค.2565 ก่อนที่ตำรวจจะเข้าไปบุกทลายผับจินหลิงแล้ว ดังนั้น ไม่ได้มีใครมาให้ข้อมูลกับผมแน่นอน” นายชูวิทยู กล่าว





