นอท กองสลากพลัส ลั่นไม่กลัวสันธนะ ยันไม่ยอมความ ฟ้องเรียกเงิน 100 ล้าน ชี้เข้ามาพบ 3 ครั้ง ไม่เคยนัด ไม่ขอร่วมงานด้วย พ้อสังคมปล่อยคนแบบนี้มาได้อย่างไร

วันที่ 6 ธ.ค.2565 นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือนอท กองสลากพลัส แถลงข่าวยื่นฟ้องนายสันธนะ ประยูรรัตน์ ข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ว่า ตนได้แจ้งความเอาผิดแล้ว และขอท้านายสันธนะมีหลักฐานหรือมีภาพเกี่ยวข้องกับคนที่มีหมายจับ และอ้างว่าเป็นลูกพี่ตนก็เปิดมาเลย เสียเวลานักข่าว ตนขอท้าให้เปิด เพราะไม่ได้กลัวอะไรเลย

ยืนยันว่าได้แจ้งดำเนินคดีกับกลุ่มนายสันธนะและพวก ตนมั่นใจจากภาพทุกสิ่งทุกอย่าง น่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยวันนั้นนายสันธนะได้แจ้งความตนกลับ หาว่าตนมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะเอาภาพวีดีโอโพสต์ลงโลกออนไลน์ แต่มันเป็นภาพจริง เพราะพวกเขาเข้ามาในออฟฟิศ ที่มีหวยมูลค่า 400 ล้านบาท และเงินสด 60 ล้านบาท พวกเขาเดินมาถึงตรงนี้

ตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ น่าจะได้ข้อสรุป 1 เดือนว่าพนักงานสอบสวนจะฟ้องหรือไม่ โดยตอนนายสันธนะมาหาตนมีคลิปว่ารู้ว่าพ่อแม่ครอบครัวตนอยู่ที่ไหน ซึ่งได้ให้ทนายความไปตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ พบว่ามีคนเอาข้อมูลตนไปจริง ถ้าเป็นนายสันธนะหรือพวกเอาข้อมูลตรงนี้ ก็จะแจ้งเพิ่ม เพื่อหาว่าเขาเอาข้อมูลตรงนี้มาได้อย่างไร

ทั้งหมดจะเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท โดยวันนี้นายสันธนะอ้างว่ารู้จักกับตน มาพบตน เอาภาพที่แอบถ่ายหลังโซฟา แล้วบอกมาคุยธุรกิจ ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการแอบถ่าย ถ้ากฎหมายปกป้องสิทธิส่วนบุคคลใช้แล้วก็จะฟ้องอีก คนมาคุยธุรกิจเขาไม่ทำแบบนี้

“นายสันธนะไม่เคยเข้ามาคุยธุรกิจกับตน ถ้าจะมาคุยจริง ก็ไม่ขอร่วมทำกับเขา”

ส่วนที่นายสันธนะ ได้กล่าวหาว่าบริษัทล็อตเตอรี่ออนไลน์เลี่ยงภาษี ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้เรียกเก็บแวทกับลูกค้า เพราะกำลังศึกษาข้อกฎหมาย เมื่อทราบว่าสามารถทำได้ จึงไปชำระภาษีย้อนหลังพร้อมจ่ายเบี้ยปรับรวมทั้งหมด 190 ล้านบาท ยืนยันว่าเราไม่เลี่ยงภาษีตามที่กล่าวอ้าง โดยเมื่อปี 2564 จ่ายไป 2.4 ล้านบาท เพราะเปิดบริษัทเมื่อเดือน ก.ย.และครึ่งปีนี้ จ่ายไป 9.7 ล้านบาท

สำหรับเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น เกิดเมื่อวันที่ 1 เม.ย. นายสันธนะส่งลูกน้อง 2 คนมาคุยกับรปภ.ของตึก คุยจบก็ขึ้นมาเลยที่สำนักงานของกองสลากพลัส ในห้องที่แถลงนี้มีเงินสด และมีลอตเตอรี่ที่ยังไม่ได้ออกรางวัล เป็นห้องนิรภัย ตนหวงมาก พฤติกรรมของนายสันธนะที่ตนเสิร์ชดูในอินเทอร์เน็ต พบคดีมากมาย ทั้งรื้อตลาด ปลดออกจากตำรวจ อุ้มนักธุรกิจสิงคโปร์ ตนไม่ไว้ใจเขาแน่

เมื่อเจอกันก็ได้เชิญเขาเข้าไปข้างบน ตนเป็นสุจริตชน คงไม่บอกว่าไม่ต้อนรับ และได้เดินนำเขาไปข้างบนแทน เพราะปลอดภัยกว่า ยืนยันว่าอีกฝ่ายมาโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่ได้รับอนุญาตจากตน และไม่ยินดีให้อยู่ในชั้นนี้ที่มีการเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลไว้

ส่วนจะคุยอะไรนั้น ตนพูดไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน กลัวจะถูกฟ้องกลับ แต่สุดท้ายตนบอกว่าหากมีหลักฐานก็เปิดมาเลย เอาเงินใครมาบอกเลย ทุกอย่างตนหาด้วยความยากลำบาก เชิญเลย เพราะไม่สบายใจที่เขามา

ครั้งแรกที่เขามาแล้วแอบถ่าย คือช่วงม.ค.2564 ตนไม่รู้จัก อีกฝ่ายถามว่ารู้จักตนไหม และเอารูปเที่ยวเลาจน์ตนกับเพื่อน หาว่าเพื่อนคนนี้ทำเว็บพนัน ตนก็ไม่ตอบรับอะไร ก็ให้ไลน์เลขาไป มีการนัดให้ตนไปกินข้าวข้างนอก เราก็ไม่ไป เขาหาว่าตนจะเอาเงินจากการทำธุรกิจนี้ไปฟอกเงิน

ครั้งที่สอง คือ14 มิ.ย.2564 ก็พาไปคุยโดยไม่ได้นัดหมาย แต่เรารู้จักเขาแล้ว ก็พาไปคุยห้องที่มีวีดีโอ มีคลิปที่เผยไม่ได้ แต่จะเปิดในชั้นศาล จะให้ทนายความเผยแพร่ให้ได้เห็นกัน จะมีการกล่าวอ้างบุคคลอื่น และตอนจบก็ถึงกับพูดไม่ถูกกันทีเดียว หลังจากนั้นก็หายไปนานมาก จนมาถึงเดือนเม.ย.ปีนี้

ตอนนั้น เราก็คิดว่าเดี๋ยวเขาก็ไป เพราะตนเป็นคนไม่มีแผล คิดว่าคงจบกันไป แต่วันที่ 1 เม.ย. เขามาเพราะพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.นำกำลังไปตรวจสำนักงานตน เขาคงอยากให้ตนเอ่ยปากช่วยเหลืออะไร ซึ่งได้มาบุกรุกสำนักงานของตน

หลังจากนั้นจึงรู้ว่าเขาไปแจ้งความที่สน.ทองหล่อเป็นหลักฐาน แต่สุจริตชนที่ไหน เข้าออฟฟิศคนอื่น แล้วไปแจ้งความไว้ ตนจึงแจ้งความกลับว่าอีกฝ่ายบุกรุก สุจริตชนไม่ควรโดนแบบนี้ แม้แต่ตำรวจมาแบบไม่มีหมายศาล ก็ต้องดำเนินคดี

“ทั้ง 3 ครั้งที่เขามานั้น ตนรู้สึกถูกข่มขู่ มีการพูดว่า ก็ไม่ได้มีการรีดไถอะไร มีใครในประเทศนี้เป็นแบบนี้บ้าง”

ตนไม่เคลียร์ ตั้งใจจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด สไตล์เขาจะไม่พูด อ้อมไปอ้อมมา คาดว่าน่าจะให้ตนเอ่ยปากเอง เหมือนจะมาดูแลตน ทั้งนี้ขอเตือนคนทำธุรกิจถูกกฎหมาย ควรจะมีวงจรปิดชัดๆ เสียงดีๆ

ทั้งนี้ตนจะสืบหาคนที่ไปถ่ายบ้านตนที่อ.พระปะแดง วันที่ 21 มิ.ย.2564 จนน้องสาวส่งข้อความว่าเขาเป็นใครถึงมาตามหาตน ดูไม่น่าไว้ใจ แต่เรามีทะเบียนจยย.แล้ว ก็จะสืบหาต่อไป เพราะส่งหน้าให้ตำรวจที่รู้จักไปแล้ว หลักฐานของนายสันธนะเขามีทุกอย่าง ครั้งที่ 2 ซึ่งพบกัน เขาเอาหน้าเว็บมาให้ตนดู หาว่าตนทำหวยใต้ดิน แท้จริงแล้วเราทำสลากกินแบ่งรัฐบาล

ตนไม่กังวลเรื่องความปลอดภัย กับสันธนะ ไม่กังวล อย่างที่เคยบอก ไม่สบายใจที่ประเทศเรามีคนแบบนี้เดินเพ่นพ่านไปมา ก็หวังว่าจะจบเรื่องนี้สักที ตนจะไม่ยุ่งกับเขาเลย ถ้าเขาไม่ไปหน้ากองบัญชาการสอบสวนกลาง เพราะตนไปแจ้งความหวยทิพย์ หวยปลอม เราก็ให้สัมภาษณ์ตามขั้นตอน แต่เขาก็มายุ่งกับตน

ทั้งนี้ตนได้เสียภาษีทั้งหมด จ่ายกรมสรรพากรไปแล้ว 159 ล้านบาท คาดว่าเดือนธ.ค.น่าจะจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มไป 45 ล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน