โดนแล้ว! หนุ่มร้องสายไหมต้องรอด มิจฉาชีพ หลอก เป็นกระทรวงพาณิชย์ ดูดเงิน จากมือถือ สูญเกือบ 5 ล้าน สุดท้ายเหลือ 131 บาท
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ม.ค. 2566 นายอภินันต์ มานะพันธ์ ผู้เสียหาย เดินทางมาร้องและขอความช่วยเหลือกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด กรณีถูกมิจฉาชีพดูดเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร และบัตรเครดิต ได้รับความเสียหาย 4.5 ล้านบาท
นายอภินันต์ กล่าวว่า ตนทำประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเมื่อ 26 ธันวาคม 2565 มีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ติดต่อมาให้อัพเดตข้อมูล เพื่อให้สะดวกต่อการทำธุรกรรมออนไลน์ แต่ตอนแรกผู้เสียหายไม่เชื่อ เพราะรับรู้ข่าวสารว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพกำลังออกอาละวาดหลอกเอาเงินจากผู้เสียหายจากบัญชีอยู่จำนวนมาก จึงสอบถามกับบุคคลดังกล่าวไป ว่ามีข้อมูลส่วนตัวของตนเองมากน้อยเพียงใด
จากนั้นมิจฉาชีพดังกล่าว ก็ได้ส่งข้อมูลส่วนตัวของตนและของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลละเอียดเชิงลึก ที่เป็นข้อมูลเดียวกันกับในสาระบบของกระทรวงพาณิชย์ จนทำให้เชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพาณิชย์จริง ตัดสินใจทำตาม โดยมิจฉาชีพดังกล่าวจึงแนะนำให้ติดต่อในไลน์ จากนั้นได้ส่งลิงก์มาให้เปิดแอพพลิเคชั่นของมิจฉาชีพ เมื่อตนกดลิงก์เข้าไป หน้าแรกก็เป็นหน้าเว็บของกระทรวงพาณิชย์ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอน
แล้วอยู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็ล็อกไป ไม่สามารถกดอะไรได้เลย ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีข้อความส่งมาจากธนาคารว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคารหลายครั้ง ภายใน 15 นาที โดยที่ไม่สามารถกดยกเลิกอะไรได้เลย เมื่อมาตรวจสอบดูภายหลังทราบว่าเงินหายออกจากบัญชีไป 3.9 ล้านบาทและบัตรเครดิตอีก 6.5 แสนบาท ตนพยายามติดต่อธนาคารเพื่อระงับธุรกรรมดังกล่าว แต่ก็ไม่ทัน ทางธนาคารแจ้งว่าทำไม่ได้ ต้องไปลงบันทึกประจำวันกับตำรวจก่อน
ต่อมาตนไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.บางรัก ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งในระหว่างนั้นบัญชีของตนก็ยังไม่ได้ระงับ จนสุดท้ายมิจฉาชีพดูดเงินออกไปจน เหลือเพียง 131 บาท เท่ากับว่า ตนเสียเงินไปแล้ว ยังต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตอีกด้วย ที่ผ่านมาเคยดูข่าวเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตลอด แล้วก็ไม่เคยหลงเชื่อเลย
จนมาครั้งนี้ที่มิจฉาชีพอ้างตัวเป็นกระทรวงพาณิชย์แล้วรู้เรื่องข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับการทำธุรกิจของตนทุกอย่าง จึงทำให้ตนหลงเชื่อ แล้วสูญเงินกว่า 5 ล้าน ตนทำใจแล้วว่ายังไงก็ไม่ได้เงินคืน แต่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อยากให้ธนาคารมีมาตรการการรับมือที่รวดเร็วกว่านี้ เพราะมิจฉาชีพ เปลี่ยน รูปแบบการหลอกได้ล้ำและพัฒนาไปเร็วมาก ๆ
ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลของผู้เสียหายที่มิจฉาชีพมีนั้นเป็นข้อมูล ถึงลึกที่แจ้งไว้กับกระทรวงพาณิชย์ จึงจะประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าทำไมข้อมูลของประชาชน จึงหลุดรอดออกไปได้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องไปกำหนดมาตรการให้ธนาคารต่างๆ ปฏิบัติเพื่อให้ประชาชนที่เป็นเหยื่อสามารถระงับธุรกรรมของมิจฉาชีพให้รวดเร็ว ทันเวลา ถือเป็นการช่วยเหลือและป้องกันภัยให้กับประชาชนอีกทาง


