ญาติร่ำไห้! ส่ง 11 ศพรถตู้ไฟไหม้ตรวจพิสูจน์ เผยลางบอกเหตุ คาใจขับด้วยความเร็ว จนท.คาดใช้เวลาตรวจดีเอ็นเอยืนยัน 3 วัน ก่อนส่งร่างคืนให้ญาติ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ม.ค.66 ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ รถกู้ภัยของมูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา (กู้ภัยฮุก 31) จำนวน 5 คัน เคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 11 ราย จากเหตุการณ์รถตู้โดยสารอำนาจเจริญ-กรุงเทพฯ เสียหลักพลิกคว่ำจนเกิดเพลิงไหม้ ช่วงเกาะกลางถนนมิตรภาพ ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ พื้นที่บ้านมอจะบก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และรอดชีวิต 1 ราย

รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 11 ราย ได้แก่ 1. นายวันชัย เสวาภพ (คนขับรถ) , 2. นางอุทัย อุตราช , 3. ด.ช.กฤติเดช สาตะสิน อายุ 6 ขวบ , 4. นางทองยุ่น แสนโท , 5. นางสาวทัศวรรณ์ บุญเนาว์ , 6. นายรังสรรค์ บุญนันต์ , 7. นางสาวดวงนภา จารุไชย 8. ด.ญ.พลอยชมพู จารุไชย อายุ 7 ขวบ (ลูกของ น.ส.ดวงนภา) , 9. นางสาวสุคนธี สีสันต์ ,10.นางศิริพร หนูคำหอม และ 11. นายวีระ สุวชัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่นำเอกสารส่งร่างผู้เสียชีวิตเข้าไปภายในสถาบันนิติเวช เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจหาอัตลักษณ์ตัวบุคคลด้วยการตรวจดีเอ็นเอจากญาติของผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาในวันนี้ด้วย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ และบางคนถึงกับเป็นลม ร้องไห้แทบขาดใจ ก่อนส่งร่างให้กับครอบครัว เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด คาดว่าใช้ระยะเวลาตรวจสอบไม่เกิน 3 วัน

ด้าน น.ส.ดาวใจ จารุไชย พี่น้องของน.ส.ดวงนภา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ปกติ น.ส.ดวงนภา จะใช้บริการรถตู้โดยสารคันนี้เป็นประจำ โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.ดวงนภา กับหลานสาว กำลังขึ้นรถตู้เพื่อที่จะกลับมาบ้านในจ.ปทุมธานี เพราะขอกลับวันเสาร์ แต่ตนกลับมาตั้งแต่วันจันทร์แล้ว โดยได้คุยกับ น.ส.ดวงนภา ทางไลน์ พี่สาวส่งข้อความมาช่วงบ่ายว่า “ขึ้นรถแล้วนะ” ในช่วงบ่าย

หลังจากนั้นไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย ยอมรับว่าตอนนั้นไม่พบความผิดปกติ จนกระทั่งพ่อโทรมาบอกตอนตี 4 ว่า น.ส.ดวงนภา เกิดอุบัติเหตุ จึงตกใจมากและรีบวิ่งไปดูที่บ้านของน.ส.ดวงนภา แต่ก็ไม่เห็นพี่สาว ก็ยิ่งรู้สึกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ที่ผ่านมา น.ส.ดวงนภา จะใช้บริการรถตู้โดยสารคันนี้มานาน 7 ปีแล้ว ซึ่งรู้จักกับคนขับคนนี้ เชื่อใจเพราะเป็นคนเดิมที่จะขับเส้นนี้ตลอดและชินเส้นทางนี้อย่างดี โดยสัปดาห์นึงจะวิ่ง 2 รอบ คือ ทุกๆ วันจันทร์และวันเสาร์

ด้านน.ส.แอ๋ว พี่สาวของ น.ส.ดวงนภา กล่าวว่า ตนยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ในใจก็เสียใจมาก เพราะลูกชายเพิ่งจะบวชไปไม่ถึงสัปดาห์ ก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ยอมรับว่า “ตอนนี้พูดไม่ออก เพราะทุกอย่างกะทันหันเกินไป ซึ่งตนมีพี่น้องเป็นผู้หญิง 4 คน ทุกคนสนิทกันมาก มีอะไรก็จะคุยกันตลอด ทำงานด้วยกัน และจะช่วยกันดูแลหลานสาว ความรู้สึกมันจุกอก ไม่คิดว่าจะเกิดกับครอบครัวของเรา”

ขณะที่นายสุทธิวัส สามีของนางศิริพร เล่าว่า ภรรยาของตนได้นั่งเครื่องบิน เพื่อเดินทางกลับบ้านที่จ.อุบลราชธานี เนื่องจากวันหยุดตรุษจีน ก่อนที่จะเดินทางกลับได้ไหว้แม่ แล้วพูดกับญาติๆ เหมือนเป็นลางว่า “ถ้าเป็นอะไรไป ฝากดูแลแม่ด้วย” จากนั้นก็เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยทราบมาว่ามีความผิดปกติ เนื่องจากคนขับรถตู้ขับมาด้วยความเร็ว และทุกครั้งที่ใช้ความเร็วจะมีสัญญาณเตือน ดังขึ้นเป็นระยะๆ

“รู้สึกคาใจการเสียชีวิต อยากรู้สาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จึงอยากตั้งคำถามว่าหลับในหรือมีรถตัดหน้าหรือไม่ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ โดยไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ จึงอยากให้ตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากนี้ถ้าจะต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบให้สมเหตุสมผล ”

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ สถาบันนิติเวชวิทยา จะทำการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของร่างผู้เสียชีวิต เพื่อยืนยันตัวบุคคล เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน หลังจากนั้นจะแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา โดยการดำเนินการทั้งหมดนี้ จะมีอาสาสมัครกู้ภัย มูลนิธิเพชรเกษมอำนาจเจริญ ดำเนินการและช่วยเหลือดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยจะสนับสนุนรถบรรทุกห้องเย็น ในการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 11 รายเดินทางกลับภูมิลำเนาพร้อมกัน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน