ไม่พบ ‘เปรมชัย’ หนีซุกทวาย สั่งเช็กบ้านพักภูเรือตรวจสอบรุกที่ป่าสงวนหรือไม่

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวกรวม 4 คน หลังถูกจับกุมพร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง อาวุธปืน และเครื่องกระสุนจำนวนมาก เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ยังไม่มีข้อมูลว่านายเปรมชัย หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามที่เป็นกระแสข่าว

ส่วนจะหลบหนีทางช่องทางธรรมชาติหรือไม่นั้น หากพบว่ามีหลักฐานก็ขอศาลพิจารณาเพิกถอนคำสั่งประกันตัวได้ เนื่องจากนายเปรมชัยได้ประกันตัวในชั้นศาล ตำรวจก็ไม่มีอำนาจก้าวล่วง เมื่อครบกำหนดฝากขัง 12 วัน นับจากวันที่ศาลให้ประกันตัว นายเปรมชัยจะต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาล หากไม่เดินทางมาศาลก็จะยึดเงินประกันตามขั้นตอน ส่วนบ้านพักที่อ.ภูเรือ จ.เลย นั้น ไม่ใช่บ้านนายเปรมชัย แต่มีชื่อของบริษัท ซี.พี.เค. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ครอบครอง นายเปรมชัยเป็นเพียงกรรมการบริหารเท่านั้น

ส่วนบ้านหลังดังกล่าวจะมีความผิดฐานรุกล้ำพื้นที่ป่าหรือไม่ ต้องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ตรวจสอบเรื่องนี้ รัฐบาลและคสช.กำชับมาโดยตลอด หากพบว่ามีนายทุนเข้าไปปลูกสิ่งก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าต้องดำเนินการหมด ที่ผ่านมาได้ยึดคืนได้จำนวนมาก

รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจค้นร้านขายของป่านั้น ตำรวจในพื้นที่ดำเนินการตรวจค้นแล้ว ไม่มีข้อมูลยืนยันว่านายเปรมชัยกับเจ้าของร้านขายของป่าเป็นอะไรกัน แต่ตามปกติถ้าขายของป่า ขายซากสัตว์ป่าก็มีความผิดอยู่แล้ว ไม่กังวลว่านายเปรมชัยจะหลุดคดี เพราะตำรวจมีพยานหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ว่าอย่างไรนายเปรมชัยก็มีความผิด เพียงแค่นำอาวุธปืนเข้าไปในอุทยานฯ ก็ถือว่ามีความผิด แม้ว่าจะไม่ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงก็ตาม ส่วนกรณีจะมีการออกหมายเรียกนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน ตนได้นับหนึ่งไปให้แล้ว ที่เหลือพนักงานสอบสวนก็ดำเนินการต่อได้