มติปปง. ยื่นเรื่องให้อัยการส่งศาลให้มีคำสั่ง ยึดทรัพย์สิน “อภิมุข กับพวกฯ” กรณีหุ้น MORE 59 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่า 4,470 ล้าน เป็นของแผ่นดิน
เมื่อวันที่ 9 ก.พ.66 นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า สำนักงาน ปปง. ดำเนินการจัดการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 7 ก.พ.66
มติที่ประชุมฯ เห็นชอบให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องคดี บมจ.มอร์ รีเทิร์น หรือ MORE กรณีนายอภิมุข บำรุงวงศ์ กับพวกฯ ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 59 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 4,470 ล้านบาท
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. ยังดำเนินการกับทรัพย์สินในคดีอื่นๆ รวมกับคดีของกรณีของหุ้น MORE มีจำนวนทั้งสิ้น 393 รายการ 30 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 4,600 ล้านบาท พร้อมมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน 44 รายคดี รายละเอียดดังนี้
1.ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 16 รายคดี ทรัพย์สิน 220 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 106 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานยาเสพติดฉ้อโกงประชาชน และการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
2.รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด สถานีหลักสี่ กับพวก (กรณีหลอกลงทุนธุรกิจฟาร์มเห็ด) โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 19 รายการ พร้อมดอกผลมูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท
อนึ่ง ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงรายละเอียดแห่งความเสียหายภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
และเมื่อสำนักงาน ปปง. รวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายเสร็จสิ้นแล้ว จะเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาส่งเรื่องเพิ่มเติมให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย) ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ต่อไป
3.ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สิน ไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย) จำนวน 5 รายคดี ทรัพย์สิน 58 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
4.มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 44 รายคดี โดยส่วนใหญ่เป็นคดีความผิดมูลฐานยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฉ้อโกงประชาชน และการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติรับทราบกรณีที่เลขาธิการ ปปง. มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 รายคดี นายศิริชัยฯ กับพวก
ซึ่งเป็นกรณีความผิดเกี่ยวกับการจัดให้เล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (เครือข่ายเว็บไซต์ MGMGAME เช่น www.mgm999v.com www.mgm999win.com และ[email protected]) โดยมีการยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม จำนวน 22 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท
นายเทพสุ รองเลขาธิการ ปปง. รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างการตรวจสอบอีกหลายคดี โดยมุ่งเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐาน และตัดเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิด
ในขณะเดียวกัน ถ้าปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. ก็จะพิจารณาดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย