นิ่ม แม่ น้องต่อ ขับจักรยานยนต์คืนแม่ของ พุด หลังครอบครัวขอคืน ตอบปมวงจรปิดจับภาพคนเดินออกจากบ้าน เผย นาทีโยนผ้าลงน้ำ ทำพิธีกับ หมอหนึ่ง
เมื่อเวลา 11.27 น. วันที่ 26 ก.พ.2566 ที่สภ.บางหลวง น.ส.นิ่ม แม่ของ น้องต่อ เด็กชายวัย 8 เดือน ที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนาที่บ้านพักในพื้นที่ จ.นครปฐม เดินทางมาที่โรงพัก โดยขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ-ฟ้า ทะเบียน 1กร7701 นครปฐม มาจากบ้านพักที่ อ.นครชัยศรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัว น.ส.นิ่ม ให้นำรถจักรยานยนต์คันที่ขับมา มอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หลังจากที่ครอบครัวของ นายพุด ได้ติดต่อขอรถจักรยานยนต์คันนี้คืน เพราะชื่อรถเป็นของนายพุด แต่นายพุดเข้าเรือนจำจังหวัดนครปฐมไปแล้ว โดยพ่อเป็นคนค้ำประกัน หลังจากที่ น.ส.นิ่มจอดรถ จักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนได้พาตัวน.ส.นิ่มเข้าไปทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ภายในห้องประจำวัน มีตำรวจเป็นตัวกลางนำรถส่งมอบให้กับครอบครัวของนายพุด
น.ส.นิ่ม กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาทำพิธีกับหมอหนึ่งและมีความเชื่อความหวังว่าจะเจอลูก ในขณะทำพิธีรู้สึกใจเต้นรัว โดยได้โยนผ้าลงในแม่น้ำท่าจีนซึ่งผ้านั้นเป็นผ้าที่น้องต่อใช้เป็นประจำ แต่เมื่อโยนไปปรากฏว่าผ้าไม่จม ตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ได้คุยกับพ่อ พ่อให้ความเห็นว่าน้องต่ออาจจะยังไม่เสียชีวิต แต่ทั้งหมดเกิดจากการคาดเดาเท่านั้น หรือเป็นไปได้น้องต่อไม่น่าจะอยู่ในจุดนี้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่กล้องวงจรปิดจับภาพของน.ส.นิ่มในช่วงเช้ามืด ว่ามีคนเดินออกมาจากบ้าน ใช่น.ส.นิ่มหรือไม่ โดย น.ส.นิ่ม ยืนยันว่า ไม่ได้ออกไปไหน ยังนอนอยู่กับน้องต่อ ในคืนนั้นลุกขึ้นมาชงนมช่วงเวลา 20.00 น., 03.00 น. และ 05.00 น.เป็นเวลาปกติ จะลุกขึ้นมาชงนม 3 เวลาในทุก ๆ คืน นอกจากนี้ ในละแวกบ้านขณะที่มาอาศัยอยู่กับนายพุดยังไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร เวลาอยู่บ้านนายพุดก็จะไม่ค่อยยุ่งหรือสุงสิงกับใคร
ทั้งนี้ ชาวบ้านในละแวกต่างให้ความเห็นว่า น.ส.นิ่มอาจเอาลูกไปทิ้งน้ำ โดยน.ส.นิ่มยังยืนยันว่า ไม่รู้จริง ๆ และได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้วว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุลูกหายก็ไม่ได้ลุกไปไหน อยู่กับลูกตลอด ขณะที่นอนอยู่กับลูก น.ส.นิ่มก็ยังยืนยันว่า น้องต่อยังมีชีวิตอยู่ ทุกอย่างเป็นปกติ ลูกยังคลานขึ้นมาอยู่บนอกก่อนจะหายตัวไป และลูกก็ยังมีไข้เล็กน้อยด้วย
น.ส.นิ่ม กล่าวด้วยว่า มีบางสื่อสอบถามเรื่องการมีความสัมพันธ์กับพ่อตัวเอง อาจเป็นความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดว่า น.ส.นิ่มมีความสัมพันธ์กับเพื่อนพ่อ หรือพ่อ โดย น.ส.นิ่ม ยอมรับว่า ความรู้สึกตอนนี้ไม่โอเค อาจเข้าใจผิดคำพูดแรงเกินไป ทำให้เราเสียหาย อยากให้มาขอโทษพ่อ บางเรื่องเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเป็นเรื่องภายในครอบครัวอยากให้เห็นใจและเข้าใจกันบ้าง ตัวพ่อไม่ได้ให้กำลังใจน.ส.นิ่ม แต่ก็ไม่ได้ซ้ำเติม
หลังจากนั้น ได้ทำบันทึกประจำวันเสร็จ โดยน.ส.นิ่มบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถ้าต่อไปจะเรียกนิ่มมาสอบปากคำ ต้องมีรถตำรวจมารับ เพราะน.ส.นิ่มไม่มีรถจักรยานยนต์ขับมาแล้ว

