แม่ สาวพีอาร์ ร้อง กระทรวงยุติธรรม ปมลูกสาวถูกแฟนหนุ่ม บุกตบกลางร้านข้าวต้ม ขับจักรยานยนต์ลากร่างไปกับถนน ซ้ำ แม่ผู้ก่อเหตุ ขอให้ไม่เอาเรื่อง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 เม.ย.2566 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย นางกิ่งกาญจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี แม่ของ น.ส.นันทิยา หรือ น้องหงส์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ทำงานเป็นพีอาร์ เดินทางเข้าร้องความเป็นธรรมต่อ นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเเละเสรีภาพ หลังลูกสาวถูก นายดลรภัทร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า วันนี้ตนและแม่ของน้องหงส์เดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม จากข่าวที่น้องหงส์โดนตบกลางร้านข้าวต้ม และตอนพากลับบ้านโดนลากไปกับรถจักรยานยนต์ เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งหลังจากเกิดเหตุแทนที่จะพาไปโรงพยาบาล แต่กลับถูกทิ้งไว้หน้าบ้านฝ่ายชาย ก่อนที่ทางตำรวจจะเรียกรถมูลนิธินำส่งโรงพยาบาล
นายกัณฐัศว์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวแล้ว และทางแม่กับเพื่อนกลัวว่าจะถูกทำร้ายอีก วันนี้เลยมาร้องขอความเป็นธรรมกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ เพื่อขอให้มีการคุ้มครองพยานให้มีความปลอดภัย และหารือเรื่องเงินเยียวยาเบื้องต้น ซึ่งกังวลว่าจะกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ และน้องหงส์เป็นเสาหลักครอบครัว แม่และน้อง ไม่รู้จะไปต่อยังไง และตอนนี้ได้ประสานงานกับผกก.สภ.เมืองพิษณุโลกแล้ว ซึ่งท่านบอกจะดูแลเต็มที่และนำตู้แดงไปติดให้
“อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุ ท่านเคยทำน้องได้แล้วจบแบบเดิมเพราะน้องให้อภัย วันนี้จะไม่จบแบบเดิม วันนี้คนที่ต้องหลบหนี ที่ต้องโดนกระทำคือท่าน” นายกัณฐัศว์ กล่าว
ด้าน นางกิ่งกาญจน์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุทางโรงพยาบาลโทรมาแจ้งว่า ลูกสาวถูกทำร้ายร่างกายให้รีบไปโรงพยาบาลด่วน พอมาเห็นสภาพลูกสาวก็รับไม่ได้ ยิ่งเห็นวิดีโอที่นอนจมกองเลือดเหมือนหมาตัวหนึ่งยิ่งช้ำใจ พอเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้ก็รู้ทันทีว่าเป็นเเฟนหนุ่มที่ก่อเหตุ เพราะเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ทะเลาะกันบ่อย แต่ไม่หนักถึงขั้นนี้ ที่ผ่านมาเคยบีบคอ ตบหน้า คิดว่ามันต้องมีครั้งต่อไปเรื่อย ๆ ตนเคยเตือนลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง แต่ลูกสาวให้โอกาสและให้อภัยตลอด
“ตอนนี้ลูกสาวยังอาการหนักอยู่ และจะเข้ารับการผ่าตัดพรุ่งนี้ ส่วนค่ารักษาพยาบาลจะรับผิดชอบยังไง ยังสรุปไม่ได้ ต้องรักษาให้ดีที่สุดไปก่อน” นางกิ่งกาญจน์ กล่าว
นางกิ่งกาญจน์ กล่าวต่อว่า แม่ของฝ่ายชายผู้ก่อเหตุได้ติดต่อมาขอให้ยอมความและไม่เอาเรื่อง ตนจึงบอกไปว่า “ลูกแม่แค่ติดคุก แต่ลูกแม่ไม่รู้จะกลับมาเหมือนเดิมไหม” อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า อย่าไปทำอย่างนี้กับคนอื่น ลูกเขามีพ่อมีแม่ และยืนยันว่าจะไม่ยอมความและเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ขณะที่ น.ส.ปอ เพื่อนของผู้บาดเจ็บ กล่าวทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุเพื่อนของตนไปทำงานที่ร้านตามปกติ และแฟนหนุ่มได้ไปดื่มในวันเดียวกันนั้นด้วย หลังจากเลิกงานเพื่อนตนได้ไปทานข้าวต่อที่ร้านข้าวต้มกับลูกค้า ก่อนฝ่ายชายตามไปบุกตบถึงร้านข้าวต้มแล้วพากลับ ซึ่งขณะพากลับตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น
- อ่านข่าว : แฟนหนุ่มบุกตบ สาวพีอาร์ กลางร้านข้าวต้ม ขี่จยย.ลากร่างกับถนน 1กม.
- อ่านข่าว : วิจารณ์ยับ หนุ่มตบแฟนสาวพีอาร์กลางร้านข้าวต้ม จับขึ้นจยย.ลากไปกับถนน สาหัส
น.ส.ปอ กล่าวต่อว่า แต่เวลาต่อมามีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ว่าได้มีการหิ้วปีกลากไปกับถนนระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร พร้อมทั้งมีการต่อว่ามาตลอดทาง กว่าจะถึงหน้าบ้านฝ่ายชายก็มีบาดแผลหลายจุด เสื้อผ้าขาดจากการโดนลากบนถนน และไปทิ้งไว้หน้าบ้านฝ่ายชาย โชคดีมีพลเมืองดีโทรแจ้งตำรวจและได้ประสานรถกู้ภัยมารับไปส่งที่โรงพยาบาล และพลเมืองดีได้ขับรถย้อนรอยตามไปดูว่าลากมาตั้งแต่จุดไหนพบว่ามีรอยเลือดลากยาวมาตลอดเส้นทาง
“หลังเกิดเหตุ ฝ่ายชายไม่มีท่าทีสลด ยังมีการทักไลน์ไปหาผู้บาดเจ็บว่า เป็นอย่างไรบ้าง คิดถึง ยังอยู่โรงพยาบาลใช่ไหม แต่เพื่อนเราไม่ได้ตอบอะไรไป” น.ส.ปอ กล่าวและว่า ตนรู้สึกเสียใจมากที่เห็นเพื่อนอยู่ในสภาพนี้ รู้ดีว่าเพื่อนเป็นคนที่ชอบให้อภัยมาตลอด แต่กับแฟนคนนี้ตนไม่รู้จักนิสัยใจคอว่าเป็นคนแบบไหน เพราะเป็นช่วงที่ตนมีปัญหากับเพื่อนจึงไม่ได้ติดต่อกัน
ด้าน นายเกิดโชค กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมจะเข้ามาดูแลเรื่องการชดเชยเยียวยาที่น้องหงส์ถูกทำร้าย มี 1.ค่ารักษาพยาบาล 2.ค่าขาดรายได้ 3.ค่าฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้น และหากเป็นพยานกรมคุ้มครองสิทธิฯจะดูแลความปลอดภัยรับส่งจนถึงที่สุด






