ทนายแจงปม ‘แอม’ หยิบมือถือ ‘ก้อย’ หลังหมดสติที่ท่าน้ำ ก่อนสิ้นใจ เคลียร์ภาพวงจรปิด ยันไม่หนักใจคดีของลูกความ เชื่อโชคร้าย ที่ไปรู้จักคนเยอะ
กรณี น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย เดินทางไปปล่อยปลาที่ท่าน้ำ บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนที่ก้อยเป็นลมวูบแล้วเสียชีวิต แต่จากกล้องวงจรปิดพบ “น.ส.แอม” เพื่อนของก้อย อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยมีการลงไปสลับมือถือ ซ้ำไม่ได้ช่วยเหลือและออกจากพื้นที่ไปพร้อมทรัพย์สินของก้อย ทำให้ญาติรู้สึกคาใจว่าก้อยอาจจะเสียชีวิตแบบผิดปกติ ต่อมา ญาติผู้ตายอีกหลายราย ต่างทยอยให้ข้อมูลว่าเริ่มสงสัยสาเหตุการตายที่เกิดก่อนหน้านี้ เพราะทุกเหตุการณ์ มักมีชื่อ แอม ปรากฏอยู่ด้วย
วันที่ 25 เม.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพี่สาวและแม่ของ “ก้อย” กำลังพูดคุยกับ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ในรายการโหนกระแส น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของ น.ส.แอม ได้โฟนอินเข้ามาในรายการ หลัง น.ส.แอม ถูกควบคุมตัว
- อ่านข่าว : เจออีกศพโยง แอม แฉพฤติกรรม พบขวดไซยาไนด์ในบ้าน ผงะอีกหลักฐาน
- อ่านข่าว : ช็อกอีก 9ศพโยง แอม เปิดหลักฐานสำคัญ แฉส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิดตร.
- อ่านข่าว : เปิด 8 รายชื่อผู้เสียชีวิต โยง ‘แอม’ เกี่ยวพันกับเงิน ชวนทำบุญ ก่อนวูบ-สิ้นใจ
ธันย์นิชา กล่าวว่า : ขอเรียนว่าเห็นมีรายงานว่าพบของกลางด้วย จริงๆ ไม่ได้มีนะคะ ยืนยันค่ะ ไม่มีของกลางค่ะ ช่วยแก้ข่าวตรงนี้ด่วนเลยค่ะ ถ้ามีจะเป็นกรณียัดยาหรือเปล่า เดี๋ยวว่ากันอีกที ตอนนี้ไม่พบ และเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าไม่มีจริงๆ ค่ะ จะบอกว่าพบของกลางไม่ได้นะคะ
เขาบอกของกลางอยู่กับพยานท่านนึง ข้อเท็จจริงเป็นยังไง?
ธันย์นิชา : โดยหลักแล้วถ้าจับต้องจับพร้อมของกลางค่ะ อย่างน้อยต้องมีรอยนิ้วแฝง ถ้าใครยัดของกลาง อย่าลืมนะว่ามีการตรวจสอบ เราก็ตรวจสอบด้วย ถ้ากรณีจับพร้อมของกลางเลยนะคะ ปกติจำเลยหรือผู้ต้องหามักจำนนต่อหลักฐานแต่กรณีไม่มีของกลาง หรือจับพร้อมของกลาง พนักงานสอบสวนต้องมีการถ่ายภาพประกอบ ในชั้นศาล จะยกประโยชน์ให้จำเลย ปล่อยจำเลยไป ก็ทำได้อยู่แล้ว ฉะนั้นขออย่างเดียว ให้มีของกลางเถอะค่ะ นี่กำลังเดินทางเข้าไปอยู่นะคะ แต่เจ้าหน้าที่ด้านข้างยืนยันว่าไม่มีของกลางจริงๆ ทำไมถึงมีข่าวหลุดรอดออกไป แก้ข่าวด่วน ดูให้ดีค่ะ
สังคมตั้งข้อสังเกตว่าข้อพิรุธเกิดขึ้น ทนายมองยังไง?
ธันย์นิชา : มองว่าต่างคนต่างคิดนะ มองได้หลายอย่าง มองเป็นคนกลาง ก็สามารถคิดและสงสัยได้ แต่อย่างไรก็ดี เอาพยานหลักฐานมายืนยันนะ เพราะการมองว่ามอมหรือวางยาใครก็ตาม ไม่ได้เป็นเรื่องเล่นๆ นะ ต้องมีพยานหลักฐาน ที่สำคัญคือหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ อีกอย่างการนำสิ่งเหล่านี้เข้าสู่ร่างกาย คุณต้องพกภาชนะนะคะ หรือสิ่งที่นำไปสู่ ถ้าไม่พบ คุณสร้างความเชื่อมโยงไม่ได้ ใครที่กล่าวหามีผลกระทบเยอะ
สมมติถ้าคุณแอมเอายาใส่เครื่องดื่มชูกำลังก็ต้องมีขวดให้ดู อย่างนี้เหรอ?
ธันย์นิชา : ใช่ค่ะ และต้องมีสิ่งที่เชื่อมโยงกันได้ด้วยค่ะ ว่าอะไรที่เชื่อมโยง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ แต่เรื่องการชันสูตรพลิกศพเหล่านี้ ในการแยกธาตุ นอกจากแยกธาตุเจอ แต่ก็ไม่ใช่เขาหรือเปล่าที่เป็นผู้กระทำ อาจเป็นความโชคร้ายที่เขาทำอะไรอยู่ใกล้ๆ เขา ประชาชนส่วนใหญ่ก็ต้องระวังเหมือนกันนะ
นพ.วีระศักดิ์ : เห็นด้วยเรื่องพยานหลักฐาน แต่กรณีนี้การตรวจแยกธาตุ ต้องรอผลอย่างเป็นทางการ
ธันย์นิชา : ตอนนี้ยังไม่ได้ผลเป็นทางการเหรอคะ
ยังครับ?
ธันย์นิชา : นั่น
นพ.วีระศักดิ์ : เดี๋ยวจะมีรายละเอียดออกมาในสำนวน ตร. วันนี้ก็คิดว่าเป็นการให้ข้อมูลทางการแพทย์ว่าลักษณะของอาการเป็นอย่างไร และคนที่นั่งอยู่ที่นี่ที่พูดคุยรู้สึกได้ว่าเป็นข้อที่สงสัยในการตั้งประเด็นสงสัย เป็นผู้สูญเสีย เขาสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งหมดก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
ธันย์นิชา : โอเคค่ะ แหม ตกใจหมดเลย ขอพูดมั่ง แสดงว่าวันนี้ที่มาพบ มานั่งคุยหารือกันเฉยๆ ผลแยกธาตุยังไม่ออกใช่มั้ย
ในเบื้องต้น เวลามีบุคคลที่ตาย จะมีเอกสารที่เหมือนใบรับรองการตาย ใบนั้นจะมีการลงเบื้องต้นไว้ก่อน ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร หนึ่งสองสามสี่ แต่เป็นเหตุชั่วครู่ แต่เชิงลึก ที่ต้องชันสูตร พลิกศพเต็มรูปแบบ ต้องรอสามสิบวัน ผลออกมาแน่นอน วันนั้นเราจะได้เห็นว่ามีเรื่องไซยาไนด์ในร่างกายหรือเปล่า และความเชื่อมโยงเป็นยังไง?
ธันย์นิชา : ขอพูดมั่ง วันนี้เข้าใจว่าแยกธาตุเสร็จแล้ว คณะทำงานของเรา ผู้ที่คาดว่าเป็นผู้เสียหาย เราก็มีคณะทำงาน เก็บข้อมูลล่วงหน้ามาก่อนหน้านี้ เราทำงานเหมือนตร.นะ เพราะน้องเขากังวลมาก เขาก็พูดหลายๆ อย่าง เราออกภาคสนามเก็บข้อมูลหมดแล้ว ตอนนี้แอมโทรอีกแล้ว โทรมาตลอด (หัวเราะ) ตอนแรกเข้าใจว่ามีการตรวจชันสูตรพลิกศพแยกธาตุเรียบร้อยแล้ว เพราะคณะทำงานของเราส่วนหนึ่ง มีความรู้เรื่องชันสูตรพลิกศพ การที่ให้ข่าวออกไปไม่ว่าอะไร แต่ต้องบอกว่าเป็นการตรวจสอบกรณีตายผิดธรรมชาติ ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ถ้าตายโดยธรรมชาติ จะมีหัวข้อลึกๆ ลงไป ผลการตรวจแม้ออกมา สมมติว่ามี ก็ไม่ได้เป็นข้อยุติว่าน้องเป็นคนทำ สิ่งที่จะประกอบกันได้ คือลายนิ้วมือแฝง สองประจักษ์พยาน พยานวัตถุต่างๆ กล้องวงจรปิด เราไปเก็บข้อมูลมาแล้ว ซึ่งที่สื่อได้เห็น เราเชื่อว่าสู้คดีได้แน่นอน และเราจะสามารถนำคนที่ยัดยา ได้ปรากฏแน่ เพราะเรามีกล้องวงจรปิด มีรายงานการใช้โทรศัพท์ มีหลักฐานการเดินบัญชีทุกอย่าง
มีหลักฐานแก้ต่างได้?
ธันย์นิชา : ตอนนี้ใช้อำนาจศาลขอเรียกมาอยู่ค่ะ
กรณีนี้ลูกความทนาย คือคุณแอมเอง ด้วยเหตุผลอะไร ทำไมถึงปฏิเสธตั้งแต่แรก ว่าไม่ได้อยู่จุดท่าน้ำตรงก้อยเสียชีวิต?
ธันย์นิชา : มันอยู่ในสำนวนสอบสวนและเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ขออนุญาตพี่หนุ่มขอเป็นการต่อสู้กันในชั้นศาล แต่เราได้แจ้งกับพนักงานสอบสวนไปแล้ว
ญาติๆ ผู้ตายตั้งข้อสังเกตอีก 5-7 คน ว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง หนักใจมั้ย?
ธันย์นิชา : ไม่หนักใจ พยานวัตถุ ภาชนะต้องมีการเชื่อมโยงได้ และรู้ด้วยว่าบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีเจตนาหรืออคติต้องการทำร้ายเขาหรือเปล่า ทำลายเขาหรือเปล่า ผู้เสียหายเขาไปทำอะไรมาก่อนหน้านี้ มีศัตรูมาก่อนหรือไม่ ความขัดแย้งต้องศึกษาด้วยว่าเป็นอย่างไร มีความขัดแย้งกับใครมั้ย เรื่องอะไร ประกอบกับใบมรณภาพที่เขียนไว้เป็นข้อยุติ ลองถามดูว่ามีสาเหตุบอกว่าเป็นการตายโดยถูกทำให้ตายบ้างมั้ย ให้ความยุติธรรมกับแอมด้วยเนอะ
มีมั้ย?
ส้ม : ยังไม่ได้ผลชันสูตร
ญาติผู้ตายคนอื่นๆ เขาเผาไปแล้ว เขาแค่สงสัย มีแค่ใบมรณบัตรเหมือนกัน?
ธันย์นิชา : มันเป็นกรณีค่ะ การตายมีการตายโดยธรรมชาติ โดยมีข้อสงสัย ฉะนั้นถ้าตายโดยธรรมชาติ รู้ว่าตายเพราะอะไรก็จะไม่มีข้อชันสูตร ข้อชันสูตรดูการแยกธาตุต่างๆ ถ้ามีต้องเจอ แต่ถ้าเจอก็ไม่ได้หมายความว่าคนอยู่ด้วยกันสุดท้ายจะเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ฆ่าเขา มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ศาลเองก็ไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ ศาลก็ยกผลประโยชน์ให้จำเลย ปล่อยจำเลยไปอยู่แล้ว
คิดว่าคุณแอมเป็นบุคคลมหาซวยมั้ย ไปเกี่ยวข้องกับคนตายหลายๆ คน คิดว่าเขาซวยขนาดนั้นมั้ย ทุกคนลักษณะตายเหมือนกันหมด แสดงว่าคุณแอมเขาซวยมาก มองอย่างนั้นมั้ย?
ธันย์นิชา : เรียกว่าโชคร้ายดีกว่ามั้ย ที่ไปรู้จักคนเยอะแยะมากมาย
ผมว่าโคตรซวยนะ ถ้าไปอยู่ท่ามกลางคนตายหลายๆ คน?
ธันย์นิชา : งั้นโควิดก็ลำบากเหมือนกันนะ ตายร่วงเป็นใบไม้ ถูกมั้ย มันมีเหตุบังเอิญได้ ต้องดูว่าตายเพราะอะไร ถ้าหากสงสัยในทางกฎหมาย เพียงแค่สงสัย แต่คุณไม่กล้ายืนยัน ออกมาทำรายการมันก็มีผลกระทบต่อเขา เขาก็เอาเรื่องเอาความได้อยู่แล้ว อีกส่วนเราเองใช้สิทธิ์ทางศาลแล้วนะ เนื่องจากว่าน้องเขาตั้งท้อง น้องเขาช่วยแล้ว รับรองสืบพยานหักล้างได้ น้องตั้งครรภ์ค่ะ น้องไม่สามารถเดินได้ตัวปลิวเหมือนหญิงทั่วไป เข้าใจใช่มั้ย ก็เลยเห็นสภาพแบบนั้น
มีภาพนึงที่สังคมรับรู้ คุณแอมเดินลงไปหยิบโทรศัพท์ผู้ตายแล้วเดินขึ้นมา จะตอบยังไง?
ธันย์นิชา : อันนั้นตอบได้ รู้แล้ว โทรศัพท์น้องเขาเสีย เขาที่มากันเพื่อเอาโทรศัพท์ไปซ่อมในตลาด แอมเขาท้อง กรุณาคิดเลยว่าอั้นฉี่ ถ่ายหนัก มันอั้นไม่ได้ เขาเลยให้ผู้ตายถือเอาไว้ เขาบอกขอตัวไปห้องน้ำ ทางเราก็ไปดูสถานที่มาแล้ว ห้องน้ำไกลมาก แต่ไม่มีใครไปหาดูเลยว่าห้องน้ำอยู่ไหน ที่ลุกลี้ลุกลน เกิดจากเขาหาห้องน้ำไม่เจอ เขาเลยวกวนแล้วเดินกลับ
คุณแม่น้องก้อยนั่งอยู่ตรงนี้ แกน้ำตาจะไหลเลย ลูกแกจะตายอยู่ตรงนั้น แต่เพื่อนสนิทจะไปเข้าห้องน้ำ ไม่ช่วยเขาเลย?
ธันย์นิชา : ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเขาปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ ที่ทุกคนสงสัย รายละเอียดค่อยคุยกันก็ได้ ตามอยู่ เขาไปหาห้องน้ำไม่เจอ เขาก็วกกลับมา ตอนนั้นน้องเขายังปล่อยปลาอยู่เลย มุมกล้องที่หายไป ก็หายไปเลย
มุมทนายคุณแอม มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ ในการพลิกชนะคดีได้?
ธันย์นิชา : มั่นใจค่ะ แต่ต้องดูว่าฝ่ายโจทก์ มีพยานหลักฐานอะไร ที่เป็นประจักษ์พยาน เป็นพยานหลักฐานที่ศาลรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย เนื่องจากกรณีนี้เป็นความผิด โทษประหารชีวิตได้ด้วย ไม่รู้ข้อหาอะไรนะ มันต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อจนกว่าจะแน่ใจ
เราเปิดคลิปอยู่ เขาก็เดินตัวปลิวเหมือนกันนะ?
ธันย์นิชา : กล้องหายไปบางช่วง น่าสงสัย ทำไมให้หาย ต้องการพรีเซ็นต์อะไร
คุณรพี อยากถามอะไรทนาย?
รพี : อย่างพี่ทนายแจ้งมาว่าแอมท้องอยู่ ถ้าเป็นคนท้อง สามารถโทรพูดคุย ประสานงาน ตร. กู้ภัย ญาติผู้เสียหายได้ ถ้าไปกับเพื่อน แล้วเป็นแบบนี้ ควรน่าอยู่รอจนกว่าประสานกับญาติได้ ผมสงสัยตรงนี้ น่าจะทำได้มั้ย
ธันย์นิชา : ในส่วนตรงนี้ เห็นแล้ว ว่าเขาไปขอความช่วยเหลือ เคยเห็นไฟไหม้มั้ย ทำไมบางคนยกของไหว ทำไมบางคนวิ่งเข้ากองไฟ บางคนวิ่งหนีออกมา บางคนแก้ผ้าออกมาเลย บางคนหยิบแค่กางเกงในแล้ววิ่งออกมา ความตระหนกชั่วระยะเท่านั้นที่จะเป็น น้องเขาบอกแล้วนะคะว่าตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แต่สิ่งที่เขาทำแล้วคือเรียกคนมาช่วย พนักงานสอบสวนต้องหาพยานบุคคล คนนั้นด้วยนะที่เขาเรียกให้มาช่วย ไม่ได้มีแค่ในคลิปที่พรีเซ็นต์
รพี : ทำไมไม่รอประสานงานต่อ โดยเฉพาะโทรศัพท์น้องก้อย คนโทรมาทำไมต้องปิดโทรศัพท์ เขายอมรับว่าเขาปิดโทรศัพท์ เขาปิดทำไมครับ
ธันย์นิชา : ใครเป็นคนปิดคะ
รพี : น้องแอม ปิดโทรศัพท์น้องก้อย
ธันย์นิชา : มีใครเห็นมั้ย
รพี : ไม่มีใครเห็นครับ
ธันย์นิชา : ซิมการ์ดอยู่กับใครล่ะคะ พบมั้ย ของกลางอยู่ไหนคะ ปิดแล้วถอด เห็นตอนปิดมั้ย ในที่เกิดเหตุที่เขาถือไปถือมาเป็นโทรศัพท์ใคร ตอนนี้รู้ความเป็นไปหมดแล้ว ถ้าผิดทนายไม่ปกป้องนะ เป็นคนตรงมาก ผิดตามผิด ถูกว่ากันตามถูก
เรื่องนี้ถ้าพิสูจน์แล้วไม่เป็นไปตามที่ทนายคิด จะทำยังไง?
ธันย์นิชา : จำเลยก็ต้องถูกพิพากษาและเราก็ต้องใช้สิทธิ์ต่อไป อุทธรณ์ ฎีกา แค่นั้นเองค่ะ ทนายความทุกท่านก็ต้องทราบอยู่แล้ว คดีไม่ได้ยุติ จำเลยมีสิทธิ์อะไรบ้าง ก็ต้องยอมรับในคำพิพากษา แต่คดีต้องถึงที่สุด
ล่าสุดคุณแอมถูกตั้งข้อกล่าวหา?
ธันย์นิชา : ตอนนี้กำลังเดินทางอยู่ ยังไม่เห็นข้อกล่าวหาค่ะ ข้อกล่าวหากรองหรือยัง
กำลังเดินทางมาหาคุณแอม?
ธันย์นิชา : ใช่ค่ะ ต้องมีทนายด้วย
ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน?
ธันย์นิชา : ข้อหาเดียวเหรอ (หัวเราะ) มีอะไรอีกบ้างคะ
ฟังแล้วเป็นยังไง?
รพี : เก่งดีครับทนาย แต่ฝากไว้อย่าง บางอย่างกฎหมายเอื้อมไม่ถึง แต่กฎแห่งกรรมถึงแน่นอน ไม่มีใครหนีพ้น