ชาวบ้านกว่า 40 ราย แจ้งจับ ผู้บริหารสหกรณ์ฯ หลังออมเงินซื้อบ้านกับสหกรณ์ ตั้งแต่ปี’60 หมดไปคนละหลายแสน แต่ทุกวันนี้ยังไม่ก่อสร้าง
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.66 ที่สน.ดอนเมือง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ พร้อมทีมงานสายไหมต้องรอด พาชาวบ้าน จำนวน 40 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สน.ดอนเมือง เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารสหกรณ์แห่งหนึ่ง และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ในข้อหาร่วมกันฉัอโกงประชาชน ภายหลังจากที่สมาชิกออมเงิน เพื่อจะซื้อบ้านในโครงการของสหกรณ์ฯ แล้วไม่ได้บ้านอยู่อาศัยจริง
นายเอกภพ กล่าวว่า ทางเพจสายไหมต้องรอดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ริมคลองที่ต้องการมีบ้านที่มั่นคงเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง โดยมีตัวแทนเข้ามานำเสนอโครงการให้กับชาวบ้าน โดยการออมเงินเพื่อนำไปจัดซื้อที่ดินและสร้างบ้านพักอาศัย โดยใช้ชื่อสหกรณ์บ้านมั่นคงฯ
ซึ่งมีชาวบ้านหลงเชื่อและเข้าร่วมออมเงินไปกับสหกรณ์ดังกล่าวหลายรายตั้งแต่ปี 60 จนถึงปัจจุบัน รายละ 200,000-400,000 บาท ซึ่งยังไม่มีการก่อสร้าง จนมีสมาชิกหลายรายไปขอยกเลิก และขอถอนเงินออกจากสหกรณ์ฯ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธ ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งตนมองว่าน่าจะมีเจ้าหน้าที่ข้าราชการและบุคคลอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
นายยงค์ อายุ 63 ปี กล่าวว่า ตนออมเงินกับสหกรณ์แห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อที่จะได้มีบ้านพักอาศัยของตนเอง โดยหักออมกับสหกรณ์ฯเดือน 3,200 บาท โดยนำหลักฐานใบเสร็จและเอกสารรูปถ่ายของโครงการฯ ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้บ้านอยู่อาศัย เมื่อติดตามสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ก็ได้แต่บอกว่าอีก 1-2 เดือน จะเริ่มลงมือก่อสร้างแล้วแต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรคืบหน้า
มีบางครั้งทางเจ้าหน้าที่พาชาวบ้านไปดูที่ดินที่จะก่อสร้าง และเรี่ยไรเงินเพื่อจ้างคนไปตัดหญ้า แต่เมื่อตรวจสอบกลับเป็นที่ดินที่เป็นเจ้าของรายอื่นแทน จนมาถึงเริ่มมีสมาชิกยกเลิกและขอถอนเงินออก แต่กลับไม่ได้เงินออมของตัวเองคืน จึงรวมตัวกันไปร้องเรียนกับสายไหมต้องรอด พร้อมหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง ฐานฉ้อโกงประชาชน
พ.ต.อ.อดิเรก กล่าวว่า รับเรื่องดังกล่าวไว้แล้วโดยตั้งคณะทำงานสอบสวนไว้แล้ว ให้ พ.ต.ท.สุริยา ชูเกียรติศิริ รอง ผกก.สอบสวน สน.ดอนเมือง เป็นหัวหน้าคณะทำงานสอบสวนในกรณีดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านผู้เสียหายที่เดินทางมาในวันนี้ นำหลักฐานมาพร้อมก็สามารถแจ้งความกับพนักงานสอบสวนได้ทันที หากรายใดยังมีเอกสารไม่ครบก็สามารถเดินทางเข้ามาแจ้งความได้ในวันถัดไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจในความรู้สึกของทุกท่านดี และจะดำเนินการให้ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
