บชก.-ป.ป.ท. นำกำลังบุกค้น 8 เป้าหมาย 3 จังหวัด ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เครือข่าย “เจ๊หมง” หาหลักฐานโยงบิ๊กสรรพสามิต สุ่มเก็บน้ำมันตรวจ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.2566 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติปานแก้ว รรท.ผบก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รรท.ผบก.ปปป. และ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป. ปฏิบัติราชการ บก.ทล. ร่วมกับ นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการ ป.ป.ท. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนเครือข่ายเจ๊หมง เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด แบ่งเป็น จ.ปทุมธานี 3 จุด, นครปฐม 1 จุด และสมุทรสงคราม 4 จุด

บชก.-ป.ป.ท. นำกำลังบุกค้น 8 เป้าหมาย 3 จังหวัด ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เครือข่าย "เจ๊หมง" หาหลักฐานโยงบิ๊กสรรพสามิต

บชก.-ป.ป.ท. นำกำลังบุกค้น 8 เป้าหมาย 3 จังหวัด ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน เครือข่าย “เจ๊หมง” หาหลักฐานโยงบิ๊กสรรพสามิต

สืบเนื่องจากเมื่อเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจทางหลวงร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต จับกุมขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน พร้อมของกลางกว่า 40,000 ลิตร ได้ริมถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.308 ขาเข้า อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังทราบว่าจะมีการขนลำเลียงน้ำมันเถื่อนจากภาคใต้ มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ กทม. เพื่อนำมาส่งต่อปั๊มน้ามันในพื้นที่ กทม. และเขตปริมณฑล โดยขณะจับกุมยังมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพสามิตโทรศัพท์มาเจรจาขอให้ปล่อยรถของกลาง จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกด้วย

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงเร่งขยายผลตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีการทำกันเป็นขบวนการใหญ่ และอาจมีข้าราชการสรรพสามิตระดับสูงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยง ก่อนพบว่า เจ้าของรถบรรทุกคันดังกล่าวคือ น.ส.รติรส หรือ เจ๊หมง ส่วนผู้รับซื้อคือ น.ส.ศิริกร หรือ เจ๊บีม จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสำนักงานที่ตั้งบริษัทของทั้งสอง และจุดที่เชื่อว่าถูกใช้เป็นสถานที่ในการซื้อขายน้ำมันเถื่อน

สำหรับเป้าหมายสำคัญจุดแรกคือสำนักงานของ เจ๊บีม ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.ลาดหลุมแก้ว อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พบด้านหน้าริมถนนเปิดเป็นปั๊มน้ำมัน ส่วนด้านหลังเป็นสำนักงานและลานจอดรถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด เจ้าหน้าที่จึงสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำมัน พร้อมกับเอกสารเกี่ยวกับที่ไปที่มาของน้ำมันไว้ทำการตรวจสอบต่อไป

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการนำเอกสารต่าง ๆ รวมถึงตัวอย่างน้ำมันไปทำการตรวจสอบถึงที่ไปที่มา เพื่อพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดว่าน้ำมันดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนการน้ำมันเถื่อนที่จับกุมได้ในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หรือไม่ และหากพบว่าเกี่ยวจริงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะขบวนการน้ำมันเถื่อนสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตระดับสูงโทรมาเจรจาขอให้ปล่อยรถบรรทุกของกลางที่จับกุมได้นั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังมีการขยายผลตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยประสานข้อมูลสืบสวนร่วมกับทางอธิบดีกรมสรรพสามิต ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้มีการสั่งพักราชการระดับสูงไปแล้ว 1 ราย ขอให้ประชาชนเชื่อใจว่าหลังจากนี้จะยังคงขยายผลต่อเนื่อง ซึ่งหากมีพยานหลักฐานแน่ชัดว่ากระทำผิดเมื่อใด ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

ด้าน นายภูมิวิศาล กล่าวว่า ขณะนี้พอมีข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจับกุม หรือ หยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานคดีรถบรรทุกน้ำมันเถื่อน ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ บ้างแล้ว อยู่ระหว่างเร่งขยายผลสืบหาพยานหลักฐานให้แน่ชัดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน