ราคาทองวันนี้ ครึ่งวันเช้า พุ่งแรงทุบสถิติ 3 ครั้ง รวม 250 บาท เผย ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 33,550 บาท สูงสุดในรอบ 5 เดือน เผยสาเหตุ
วันที่ 20 ก.ย.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำ ตามประกาศของ สมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 20 ก.ย. เดินหน้าปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (ออลไทม์ไฮด์) อย่างต่อเนื่อง สูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยภายในช่วงครึ่งเช้าวันเดียวกัน ปรับขึ้นไปแล้ว 3 ครั้ง ซึ่ง ณ เวลา 11.34 น. ราคาทองไทยปรับขึ้นไปถึงบาทละ 250 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,950 บาท ขายออกบาทละ 33,050 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,351.44 บาท ขายออกที่ 33,550 บาท
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำเปิดตลาด ทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,850 บาท ขายออกบาทละ 32,950 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,260.48 บาท ขายออกที่ 33,450 บาท โดยปรับขึ้น 50 บาท หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที มีการประกาศราคาทองคำครั้งที่ 2 โดยราคาพุ่งขึ้นอีกบาทละ 150 บาท ทำให้ราคาแท่งทองคำแท่งรับซื้อที่บาทละ 32,900 บาท ขายออกบาทละ 33,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อที่ 32,305.96 บาท ขายออกที่ 33,500 บาท
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ผลจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทะลุแตะ 36.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เทียบค่าเงินบาทช่วงต้นปีอยู่ที่ 32 บาทกว่า เท่ากับว่าค่าเงินบาทไทยลดลงจากต้นปีถึง 11% และเมื่อเทียบราคาทองในตลาดโลกเมื่อต้นปีอยู่ที่ 1,930 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ใกล้เคียงราคาทองคำโลก ณ ปัจจุบัน แต่ราคาทองคำไทยแพงขึ้นถึงบาทละ 3,000 บาท หรือจากบาทละกว่า 29,000 บาท ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 33,000 บาท ณ ปัจจุบัน
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตาม คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ก.ย.นี้ โดยมีการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ จะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ประกอบกับสหรัฐยังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้นักลงทุนหันมาลงทุนในทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ดังนั้นมีโอกาสที่ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับสูงขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย และทำให้ราคาทองในประเทศปรับขึ้นได้อีกเล็กน้อยด้วยเช่นกัน
นายจิตติ ยังกล่าวถึงบรรยากาศการซื้อขายทองที่เยาวราช ว่า จากราคาทองคำในประเทศที่ปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ แต่เชื่อว่าจะมีประชาชนนำทองมาขายไม่มากแล้ว เนื่องจากตลอดปีที่ผ่านมามีการทยอยออกไปมากแล้ว
ขณะที่ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทประจำวัยที่ 20 ก.ย.2566 เปิดที่ระดับ 36.07 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 35.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทผันผวนอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในช่วง 35.92-36.08 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของทั้งบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์
นายพูน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ก็เป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุม FOMC ในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีนี้ ตามเวลาในประเทศไทย ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าหนักกว่าสกุลเงินเอเชียอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนว่าอาจมาจากปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะบอนด์ หลังนักลงทุนต่างชาติต่างไม่มั่นใจต่อแนวโน้มปริมาณการออกบอนด์ของรัฐบาล
นายพูน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์จากฝั่งผู้ส่งออกได้ชะลอลงไปมาก เนื่องจากผู้ส่งออกส่วนใหญ่อาจทยอยขายเงินดอลลาร์ไปพอสมควรแล้วในช่วงก่อนหน้า ทำให้การอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 35.85 บาทต่อดอลลาร์ เปิดทางให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 36 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก
“การอ่อนค่าของเงินบาทที่มากกว่าคาดนั้น ได้เปิดโอกาสให้เงินบาทสามารถอ่อนค่าต่อทดสอบโซนแนวต้านถัดไปแถว 36.30 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน ซึ่งต้องจับตาทิศทางเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติว่าจะเดินหน้าเทขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนบอนด์ หลังบอนด์ยีลด์ฝั่งสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทอาจไม่ได้อ่อนค่าต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างรอลุ้น ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐ หนือ FOMC ในช่วงเช้าของวันที่ 21 ก.ย.” นายพูน กล่าว