กต. แจง ฉนวนกาซา ยังมีความรุนแรง เผย ทางการอิสราเอล ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพื้นที่ และไม่อนุญาตให้ประชาชนออกจากเคหะสถานเด็ดขาด

เมื่อเวลา 15.55 น. วันที่ 8 ต.ค. 2566 นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะผู้รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ห้องประชุมกรมการกงสุล เพื่อติดตามความคืบหน้าสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอล

โดยมี นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ รักษาราชการแทนรมว.ต่างประเทศ และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน กองทัพอากาศ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึง น.ส.พรรณภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์เพื่อสรุปสถานการณ์ในพื้นที่

นางกาญจนา กล่าวว่า น.ส.พรรณภา แจ้งว่าสถานการณ์บริเวณฉนวนกาซายังมีความรุนแรง และทางการอิสราเอลไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพื้นที่ และไม่อนุญาตให้ประชาชนออกจากเคหะสถานเด็ดขาด อีกทั้งอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ฉนวนกาซายังใช้การไม่ได้ จึงสามารถติดต่อแรงงานได้ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์เท่านั้น

สำหรับคนไทยนอกพื้นที่ดังกล่าวปลอดภัยดีและยังไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีรายงานเบื้องต้นว่ามีคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ 8 คน และผู้เสียชีวิต 2 คน (ที่ได้รับการยืนยันจากทางการอิสราเอล 1 คน) และได้รับแจ้งจากนายจ้างว่าเสียชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง แต่สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ อยู่ระหว่างรอยืนยันข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนกรณีของผู้ที่ถูกจับกุมไป 11 คนนั้น สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ อยู่ระหว่างประสานทางการอิสราเอล เพื่อยืนยันข้อมูลและให้การช่วยเหลือ

นางกาญจนา กล่าวว่า จากนั้น ที่ประชุมได้ซักซ้อมหารือแผนการอพยพและแผนการดูแลเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แม้ขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดอพยพประชาชนของตัวเอง แต่รัฐบาลไทยจะเตรียมการไว้เมื่อสถานการณ์จำเป็น เพื่อให้สามารถดำเนินการได้โดยเร็วเมื่อถึงเวลา รวมทั้งต้องเป็นไปตามความประสงค์ของแรงงานไทยด้วยว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิดและดูแลคนไทยในพื้นที่ รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อครอบครัวและญาติทางไทยด้วยแล้ว

นางกาญจนา กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมการกงสุลได้ติดต่อนางวนิดา อ่างแก้ว ภรรยาของหนึ่งในคนไทยที่ถูกจับกุม เพื่อสอบถามและให้กำลังใจ ขณะที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการติดต่อญาติแรงงานที่ได้รับผลกระทบด้วย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้สั่งการให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ประสานงานกับสำนักงานปาเลสไตน์ในมาเลเซีย เพื่อแสดงความห่วงกังวลกับสถานการณ์ และให้ประสานในการปล่อยตัวคนไทย ทั้งนี้ จะมีการประชุมศูนย์สถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อติดตามสถานการณ์รายวันต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน