แม่ร่ำไห้แทบขาดใจ รู้ข่าวร้ายลูกชายทำงานอิสราเอล โดนยิง-ปาระเบิดใส่ที่พักวอด เผยเป็นเสาหลักครอบครัว ไม่คาดคิดจะเจอเหตุร้าย
จากกรณีกลุ่มฮามาส บุกโจมตีอิสราเอล ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน ทำให้มีพลเมืองผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตหลายพันราย รวมทั้งแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล ซึ่งในจำนวน 7 คนเป็นแรงงานชาวอุดรธานี ชื่อนายศักดิ์สิทธิ์ จำปาสิม ชาวบ้าน อ.บ้านผือ
สำหรับความคืบหน้า วันที่ 11 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านพัก ต.ข้าวสาร อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านนายศักดิ์สิทธิ์ จำปาสิม อายุ 38 ปี แรงงานไทยที่ถูกระบุโดนกลุ่มฮามาสบุกเข้ามายิงและขว้างระเบิดเผาที่พัก ทำให้เสียชีวิต โดยพบกับนางถนอม จำปาสิม อายุ 55 ปี แม่นายศักดิ์สิทธิ์ นั่งอยู่หน้าบ้าน มีญาติและเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวมาให้กำลังใจจำนวนมาก
นางถนอม เปิดเผยว่า มีลูก 2 คน นายศักดิ์สิทธิ์เป็นลูกคนโต แต่งงานกับนางอรวรรณ และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ก่อนหน้านี้ลูกชายและลูกสะใภ้จะไปขายลูกชิ้นตามตลาดนัด ซึ่งลูกต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูคนในครอบครัวรวม 8 คน ต่อมาลูกชายสมัครไปทำงานประเทศอิสราเอล ทำงานในสวนส้มบริเวณฉนวนกาซา ได้เงินเดือน 4-5 หมื่นบาท ไปทำได้ 4 ปีกว่าแล้ว เดือนมิ.ย.2567 จะครบสัญญา 5 ปี แต่ว่าจะไม่เดินทางกลับ จะต่อสัญญาอีก 3 เดือน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้แม่ 2 แสน เสร็จแล้วถึงจะเดินทางกลับมา ซึ่งตนจะทำโหย๋ยหมูที่ลูกชอบให้กิน
นางถนอม กล่าวต่อว่า ลูกชายจะวิดีโอคอลมาหาภรรยา แม่และหลานประจำ ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกับลูกชายคือวันที่ 3 ต.ค. แต่ลูกชายจะคุยกับหลานชายช่วง 23.00 น.ทุกคืน และเมื่อเช้าวันที่ 7 ต.ค.ทราบข่าว โดยลูกสะใภ้ยังติดต่อกับลูกชายได้ และหลานยังแชทไลน์กับลุงได้ ตนก็ภาวนาให้ลูกชายปลอดภัย กระทั่งบ่ายวันที่ 7 ต.ค.ก็ขาดการติดต่อ วันอาทิตย์เพื่อนลูกชายชื่อกรวิทย์ แชทไลน์มาบอกว่าให้ทำใจ เพราะลูกชายโดนยิงและปาระเบิดใส่ที่พักจนไฟไหม้ เหลือแต่โครงกระดูก ซึ่งตนอยากจะให้มีปาฏิหาริย์ ไม่อยากให้เป็นศพลูก
ส่วนนายชิษณุพงศ์ จำปาสิม หลานชายนายศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า เรียนชั้น ม.3 นายศักดิ์สิทธิ์เป็นลุงที่ตนรักเหมือนพ่อและเลี้ยงตนมาตั้งแต่เกิด โดยลุงเป็นคนหาเงินเลี้ยงดูและส่งให้เรียนหนังสือ จึงรักตนเหมือนลูกชาย โดยบอกให้เรียนหนังสือลุงจะส่งเสียเอง ตนก็จะเรียกลุงว่าพ่อ และจะวิดีโอคอลมาหาเวลา 23.00 น.ทุกคืน จะคุยเรื่องไก่ชน เพราะตนและลุงจะชอบไก่ชนทั้งคู่ โดยจะซื้อไก่มาให้ตนเลี้ยงไว้รอ เมื่อกลับจากอิสราเอลแล้ว จะทำกิจการเปิดฟาร์มไก่ชนเล็กๆ ด้วยกัน
“หลังจากวันที่ 7 ต.ค. ผมรอให้ลุงทักมา แต่ลุงก็ไม่วิดีโอคอลมาหาอีกเลย พยายามติดต่อเพื่อนลุง ก็บอกว่าให้ทำใจไว้เลย จนทราบว่าลุงโดนเผาในห้องพักจนเหลือแต่กระดูก ซึ่งรู้สึกเสียใจมาก จากนั้นเพื่อนลุงก็ส่งภาพที่พักโดนเผา และห้องโดนเผาและห่อศพ”
ต่อมาญาติวิดีโอคอลกับนายกรวิทย์ แก้วเกิด อายุ 36 ปี ชาวนครราชสีมา ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานนายศักดิ์สิทธิ์ โดยนายกรวิทย์ล่าถึงช่วงนาทีหนีตายว่า หลังจากกลุ่มฮามาสบุกเข้ามารอบแรก ตนชวนนายศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหลบอยู่ในห้องหมายเลข 5 หนีออกจากที่พัก เพราะที่พักไม่น่าจะป้องกันระเบิดได้ แต่นายศักดิ์สิทธิ์ไม่ไป บอกว่าอยู่ในที่พักปลอดภัยกว่า แต่ตนออกไปหลบอยู่หลุมหลบภัยข้างนอก กลุ่มคนร้ายกลับมาครั้งที่สองได้กราดยิงคนงานแล้วโยนระเบิดใส่ที่พัก ทำให้ไฟไหม้ที่พัก จากนั้นทหารอิสราเอลก็มาไล่คนร้ายออกไป พอเพลิงสงบ ก็เข้าไปเคลียร์พื้นที่ และพาตนไปดูว่าแต่ละห้องมีใครอยู่ ชื่ออะไร จึงเดินไปดูห้องหมายเลข 5 ก็พบโครงกระดูก 5 คน เป็นคนไทย ส่วนอีก 10 ศพเป็นชาวเนปาลโดนยิงไม่โดนเผา และอีก 4 คนถูกจับไปเป็นตัวประกัน