อธิบดีดีเอสไอ พบ เสี่ยแป้ง นาโหนด ไหวตัวทัน เชื่อ ยังไม่หลบหนีไปต่างประเทศ คาดมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ เร่งสอบเจ้าหน้าที่ หลังพบพิรุธหลายจุด
ความคืบหน้าการติดตามล่าตัว นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังคดีปล้นทรัพย์ ซึ่งหลบหนีขณะถูกนำตัวมารักษาโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ต่อมาพบรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สี่ประตูสีขาว ทะเบียน 8กจ9049 พัทลุง ที่คาดว่าจะเป็นยานพาหนะที่ผู้ต้องขังใช้หลบหนี มาจอดทิ้งไว้ใกล้ท่าเรือแห่งหนึ่งใน จ.สตูล ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 24 ต.ค.2566 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการให้ดีเอสไอ ร่วมติดตามผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งพบปัญหาว่าข่าวไปเร็วมาก ทำให้ผู้ต้องหาไหวตัวทัน
- อ่านข่าว : พบแล้ว กระบะพา ‘เสี่ยแป้ง’ หนี จอดทิ้งใกล้ท่าเรือติดมาเลเซีย คาดออกนอกประเทศไปแล้ว
- อ่านข่าว : ปิดชายแดนสตูล ล่า เสี่ยแป้ง นาโหนด หลังพบกระบะต้องสงสัยพาหนี
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนักโทษหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้ขั้นตอนขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ต้องหายังไม่ได้หลบหนีออกไปนอกประเทศ และเชื่อว่ากำลังตำรวจที่ไล่ล่าติดตามตัว จะมีข่าวดีในเร็ว ๆ นี้
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวด้วยว่า กรณี เสี่ยแป้ง นาโหนด นักโทษหลบหนี รมว.ยุติธรรม ให้ความสำคัญและกำชับให้ดีเอสไอ ตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เนื่องจากมีพิรุธหลายจุด ทั้งการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล ที่ปล่อยให้นักโทษจ้างคนภายนอกมาเฝ้าไข้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่เรือนจำต้องเข้าเวรเฝ้าผู้ต้องขัง 2 คน จึงกลายเป็นประเด็นสงสัยว่า จับตาเฝ้าระวังกันอย่างไร
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า กรณีการนำผู้ต้องขังหรือนักโทษรายสำคัญออกไปด้านนอกเรือนจำ เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการเป็นความลับ ญาติและคนภายนอกจะรู้ข่าวหรือความเคลื่อนไหวล่วงหน้าไม่ได้ เพื่อป้องกันการวางแผนแหกหัก หลบหนี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนภายนอกรับรู้ จนมีการว่าจ้างคนไปเฝ้าไข้ จึงมีพิรุธถึงการปฏิบัติหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โทษจะร้ายแรงมาก