ตำรวจนำกำลังเจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพี่ขาย เสี่ยแป้ง นาโหนด ลุยเก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์จุดปะทะ เผยเส้นทาง ระบุ เจอของกลางเพียบ
วันที่ 11 พ.ย.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม 6 นำหมายศษลจังหวัดพัทลุง เข้าทำการค้นบ้าน นายกษิดิ์ชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี พี่ชายของ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นาโหนด ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง หลังจากที่ นายกษิดิ์ชาติ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับรายการโหนกระแสเกี่ยวนายเชาวลิตว่า ญาติพยายามติดต่อให้มอบตัว แต่นายเชาวลิตเลือกที่จะหลบหนี
และมีบางรายงานว่า พี่ชายของนายเชาวลิตที่เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้คอยให้การช่วยเหลือในการส่งเสบียงให้นายเชาวลิตขณะหลบหนีในป่า แต่เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง และไม่ได้ติดต่อกัน ได้แค่ได้ดูข่าวตามสื่อต่าง ๆ เท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบได้ทำบันทึกการตรวจค้น และนำตัวนายกษิดิ์ชาติไปสอบปากคำในเซฟเฮ้าส์ เขตตัวเมืองพัทลุง พร้อมทั้งยึดโทรศัพท์ไปตรวจสอบ 2 เครื่อง โดยการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดพัทลุงและตรัง 9 นาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดซิก้า ของกองร้อย ตชด.43 สงขลา 11 นาย และพนักงานสอบสวนของ สภ.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง 2 นาย ได้ลงเรือหางยาวข้ามอ่างคลองหัวช้างไปยังพื้นที่ป่าไม้ฝั่งตรงข้ามกับอ่างเก็บน้ำ
จากนั้น ได้เดินเท้าเข้าสู่พื้นที่เทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นพื้นที่ป่าทึบ ณ บริเวณห้วยลูกเม่น ซึ่งอยู่ห่างจาก ขนำนาย ประมาณ 300 เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าว นายเชาวลิต พร้อมพวก ได้ร่วมกันสร้างทับพักอาศัยชั่วคราวประมาณ 5 วัน จนเกิดยิงปะทะกับตำรวจไปก่อนหน้านี้
- อ่านข่าว : พฐ.เก็บ DNA จุดจนท.ปะทะเดือด ‘เสี่ยแป้ง’ ตรึงกำลังปิดล้อมหมู่บ้านในตระ ล่าตัว
- อ่านข่าว : เปิดภาพ ‘เสี่ยแป้ง’ อดีตนักแข่งจักรยานยนต์วิบาก ดีกรีแชมป์โมโตครอสระดับประเทศ
สำหรับการเดินทางไปยังจุดปะทะนั้นอยู่ห่างจากพื้นที่ป่าไม้ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างประมาณ 6 กิโลเมตร ซึ่งตลอดเส้นทางไปยังจุดดังกล่าส่วนใหญ่จะเป็นป่าทึบ มีทางเดินกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร โดยหลายจุดเจ้าหน้าที่จะต้องเดินมุดใต้ขอนไม้ เดินลุยขอนกิน และสลับด้วยเนินที่สูงชัน บางจุดต้องเดินบนก้อนหินที่มีความลื่นจนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานบางนายต้องหกล้มบาดเจ็บ เพราะไม่มีความชำนาญและขาดประสบการณ์เดินป่า และมีหลายจุดที่ต้องเดินข้ามลำห้วย ลำคลอง ที่มีความลึก 1-1.20 เซนติเมตร
จุดเกิดเหตุพบอาวุธปืนสงคราม ชนิดเอ็ม 16 จำนวน 1 กะบอก แมกกาซีน 4 แม็ก เสื้อกั๊ก 1 ตัว ปืนลูกซอง 1 กระบอก รองเท้า 1 คู่ เสื้อผ้า ถ้วยจานช้อน พร้อมเครื่องปรุงอาหาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้ามมิให้บุคคลภายนอกโดยเฉพาะชาวบ้านที่ช่วยในการเดินทาง ห้ามถ่ายภาพของกลางโดยเด็ดขาด หลังจากการเก็บของกลางและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เสร็จสิ้นแล้ว ได้นำใส่ถุงกระสอบปุ๋ย 4 กระสอบ ฝากไว้ กำลังตำรวจชุดแดนไทย 54 ที่ไปตั้งฐานปฏิบัติการไล่ล่านายเชาวลิตใกล้กับพื้นที่จุดปะทะ โดยมีการสร้างลาน ฮ.ไว้ใกล้ ๆ
ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ได้นำลงมาข้างล่าง เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนต่อไป โดยภารกิจดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงในเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เดินทางกลับท่ามกลางฝนตกโปรยปรายและความมืด ทำให้มีการหกล้มของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เนื่องจากไม่มีแสงสว่าง
ส่วนของการเกิดฝนตกทำให้น้ำป่าไหลหลากลงมายังเส้นทางเดินของเจ้าหน้าที่จนส่งผลให้น้ำในลำคลอง ลำห้วย มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 1-1.50 เมตร ซึ่งจากการหกล้มของเจ้าหน้าที่ พฐ. และการเกิดฝนตกระหว่างเดินทางกลับ คาดว่าหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์น่าจะได้รับความเสียหายบางส่วน ส่วนการเดินทางกลับมาถึงบริเวณป่าไม้ตรงข้ามอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้างในเวลาประมาณ 22.00 น.ที่ผ่านมา





