เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันที่ 5 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น

s__14246030

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ตั้งแต่เช้ามืดมีพสกนิกรจำนวนมากจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สวมชุดไว้ทุกข์มาปักหลัก เพื่อรอเข้าคิวไปถวายสักการะบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างเป็นระเบียบ ในเวลา 05.00 น. จากนั้นได้เปลี่ยนทางเข้าเป็นทางประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในเวลา 08.30 น. เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี

s__14246012

ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวของประชาชนที่เข้ามาถวายสักการะพระบรมศพ ผ่านมาทางในพระบรมมหาราชวัง ฝั่งทิศเหนืออันเป็นสถานที่ตั้งของวัดพระศรีรัตนศาสนดาราม โดยจัดเป็นแถว 2 แถว ให้ประชาชนอยู่ในร่มเงาของพระระเบียงคด

s__14246009

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทางประชาชนยังได้ชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ตลอดแนวของระเบียงคดของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเมื่อเดินมาถึงประตูศรีรัตนศาสดารามทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ก็จะเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน แล้วเลี้ยวขวาตั้งแถว 5 แถว หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทางประตูกำแพงแก้วฝั่งตะวันออก

king03-pdf

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พสกนิกรที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทุกคนล้วนอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจกับการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยหลายคนได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง ร.9 ที่อัญเชิญมาด้วยกอดแนบอกไว้ตลอดเวลา ขณะที่สำนักพระราชวังนำภาพพระบรมโกศพระบรมศพสี่สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานแก่พสกนิกรทุกคน ให้กับผู้ที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นายสุขิต กมลพัฒนะ อายุ 68 ปี พสกนิกรที่เดินทางมาจาก จ.พิจิตร เพียงลำพัง เปิดเผยว่า ตนเดินทางโดยรถไฟจาก จ.พิจิตร มาถึงเมื่อวานนี้ และได้เตรียมตัวตั้งแต่เช้ามืดเพื่อจะมาถึงที่หน้าพระบรมมหาราชวังในเวลา 05.00 น. เป็นความตั้งใจและมุ่งมั่นของตนที่อยากจะมาถวายสักการะในหลวง ร.9 ด้วยความจงรักภักดีต่อพระองค์ และเมื่อได้เข้าไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เห็นพระบรมโกศของพระองค์ท่านก็น้ำตาไหลในทันที

นายสุขิต เล่าความประทับใจด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ โดยรถไฟพระที่นั่งไปยังภาคเหนือ ตอนนั้นตนอายุได้ 10 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนคอซอง จำได้ว่ารถไฟได้หยุดจอดตรงร้านของตนพอดี รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก กระทั่งปีพ.ศ.2014 จบปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ ในหลวง ร.9 เป็นความปลื้มใจครั้งใหญ่อีกครั้ง และตั้งแต่วันนั้นเป็นตนมาก็ได้บอกกับตัวเองว่า จะขอเป็นข้าของแผ่นดิน และจงรักภักดีต่อพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ตลอดชั่วชีวิต

ด้าน นางน้อยนารถ คงเทศ อายุ 81 ปี พักอยู่ในเขตบางเขน กรุงเทพฯ เดินทางมาพร้อมหลานสาวทั้ง 2 คน ให้สัมภาษณ์ด้วยความตื้นตันใจว่า แม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงเพราะปวดเข่า เดินไม่ค่อยไหว แต่ก็มาด้วยใจที่จงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน โดยภาวนาว่าขออย่าให้ตนเองเป็นลมหรือไม่สบาย เพราะอยากเดินทางมาที่พระบรมมหาราชวัง วันนี้จึงรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่ตีสามเพื่อจะมาให้ได้ และได้มาถึงแล้วจริงๆ ตนไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านแม้แต่ครั้งเดียว ปกติเห็นในจอโทรทัศน์ รู้ว่าทรงงานหนักและมีโครงการพระราชดำริมากมาย ก็คิดอยู่ว่าพระองค์ทรงสวรรคตไปแล้วจะได้มากราบสักการะหรือไม่ จึงตื้นตันใจอย่างมากเมื่อได้มาถึงในโอกาสนี้ และอยากจะมาอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน