สพฐ. สั่งย้ายครูตีเด็กและผอ.โรมเรียน เข้ากรุ ตั้งกก.สืบสวนข้อเท็จจริง กำชับเข้มห้ามตีนักเรียน ลงโทษได้ตามระเบียบ 4 วิธีเท่านั้น

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า กรณีผู้ปกครองนักเรียนระดับประถมศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ร้องเรียนว่า บุตรหลานถูกครูใช้ไม้เรียวตีหลายสิบครั้ง เพราะไม่ทำการบ้าน จนผิวหนังมีแผลและรอยช้ำนั้น

ทันทีที่ทราบ ตนได้สั่งการให้ นายตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิด ซึ่งพบว่าเป็นกรณีของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 ที่ครูผู้สอนได้ลงโทษนักเรียนที่ไม่ส่งการบ้าน ด้วยการตีด้วยไม้เรียว บริเวณมือ ก้นและขา ซึ่งครูยอมรับว่าได้ตีเด็กจริง แต่จากการสอบถามครูและนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ นักเรียนไม่ได้ถูกตีมากถึง 70 ครั้ง

ดังนั้น ขอให้ผู้ปกครองและสาธารณชน มั่นใจว่า สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ตนได้สั่งการมอบหมายเขตพื้นที่ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ประเมินปัญหาสถานการณ์และ ได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูคนดังกล่าว ไปช่วยราชการที่เขตพื้นที่

นอกจากนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จึงตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และให้รายงาน สพฐ. ภายใน 7 วัน ซึ่งหากผลออกมาอย่างไรแล้วก็ให้ปฏิบัติตามระเบียบต่อไป รวมถึงให้เขตพื้นที่ร่วมกับโรงเรียน ทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ช่วยเหลือ และเยียวยานักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บด้วยแล้ว

“ขอเน้นย้ำกับคุณครู ผู้บริหารโรงเรียนและเขตพื้นที่ว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางการลงโทษนักเรียนตามระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2548 ซึ่งครูสามารถลงโทษผู้เรียนได้เพียง 4 วิธีเท่านั้น ได้แก่ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้น หากพบว่านักเรียนมีพฤติกรรมผิดระเบียบ ขอให้ทางโรงเรียนพิจารณาวิธีการลงโทษที่เหมาะสม เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดอย่างเคร่งครัด” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน