เผยเหตุเส้นผม น้องชมพู่ โดนตัด คนร้ายวางแผน ใช้ความเชื่อสะกดวิญญาณอำพรางคดี เชื่อช่วยสะกดทำให้ผู้เสียชีวิตไม่รู้ว่าใครคือคนฆ่า หรือใครคือคนร้าย
หลังจากศาลจังหวัดมุกดาหาร อ่านคำพิพากษาคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ โดยสั่งจำคุกนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล เป็นเวลา 20 ปี และยกฟ้องน.ส.สมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น
โดยหลักฐานเด็ดที่ศาลหยิบยกขึ้นมาในการตัดสินคดีครั้งนี้คือ เส้นผมของน้องชมพู่ โดยบริเวณที่พบศพน้องชมพู่ อยู่บนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากจุดที่มีคนพบเห็นน้องชมพู่ ครั้งสุดท้ายประมาณ 1.5 กิโลเมตร และเป็นทางลาดชัน
ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีการตรวจพบเส้นผมน้องชมพู่หลายเส้น ที่มีลักษณะถูกตัดด้วยของแข็งมีคม จึงเชื่อว่าน้องชมพู่ ที่มีอายุเพียง 3 ปีเศษ ไม่สามารถเดินขึ้นไปถึงบริเวณที่พบศพและใช้ของแข็งมีคมตัดเส้นผมของตนเองได้ แต่ต้องมีคนร้ายพาไป
หลังตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า ลุงพลเป็นคนร้าย จึงเข้าตรวจค้นรถยนต์ของลุงพล ก่อนพบเส้นผม 16 เส้น และวัตถุพยานอื่น โดยผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ประกอบกับคำเบิกความของพยานผู้เชี่ยวชาญปรากฏว่า เส้นผม 1 เส้น ที่ตกอยู่ในรถยนต์ของลุงพล มีองศาของรอยตัด หน้าตัดและพื้นผิวด้านข้างตรงกันกับเส้นผมน้องชมพู่ 2 เส้น ซึ่งตรวจเก็บได้จากบริเวณที่พบศพน้องชมพู่เส้นผมทั้ง 3 เส้น
โดยถูกตัดในคราวเดียวกัน ด้วยวัตถุของแข็งมีคมชนิดเดียวกัน เชื่อว่า ลุงพลเป็นผู้ใช้ของแข็งมีคมตัดเส้นผมน้องชมพู่ แต่ด้วยเหตุที่เส้นผมมีขนาดเล็กมาก ลุงพลจึงไม่สังเกตว่ามีเส้นผมเส้นหนึ่งตกอยู่ในรถยนต์ของตัวเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุผลที่ผมของน้องชมพู่โดนตัด ก่อนถูกพบบริเวณจุดพบศพบนเขาภูเหล็กไฟ และพบอีกเส้นภายในรถของลุงพลนั้น ตามความเชื่อของคนอีสาน เชื่อว่าการตัดผมของคนที่ตายไปแล้ว จะช่วยสะกดทำให้ผู้เสียชีวิตไม่รู้ว่าใครคือคนฆ่า หรือใครคือคนร้าย ที่มาทำให้เสียชีวิต จึงเชื่อว่าการที่ผมของน้องชมพู่โดนตัด อาจมาจากความเชื่อนี้