ร่ำไห้ระงม รับศพเหยื่อโรงงาน พลุระเบิด ญาติรู้เป็นงานอันตราย แต่ต้องทำ เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เทียบดีเอ็นเอญาติผู้เสียชีวิต ยังไม่สรุปสาเหตุระเบิด
กรณีเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดในพื้นที่หมู่ 3 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ราย ยังยืนยันตัวตนไม่ได้ รวมถึงหญิงที่เป็นเจ้าของโรงงานและลูกชาย เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 ม.ค.67 เจ้าหน้าที่กู้ภัย ลำเลียงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พลุระเบิด นำห่อผ้าขาว แล้วนำไปพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เก็บดีเอ็นเอญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต
ส่วนที่วัดโรงช้าง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พลุระเบิด มารอเจ้าหน้าที่พิสูจน์อัตลักษณ์และดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อนำร่างไปบำเพ็ญกุศล ญาติต่างอยู่ในอาการเสียใจบางคนร้องไห้ออกมา โดยระบุว่า แม้รู้ว่าเป็นงานที่อันตราย แต่ก็จำเป็นต้องทำ
ต่อมา เวลา10.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หัวหน้าชุดผบช.สพฐ.ตร. เปิดเผยว่า ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลวันนี้จะเก็บดีเอ็นเอญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต และทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 แต่งตั้งคณะทำงานปล่อยศพ หลังจากพิสูจน์อัตลักษณ์เรียบร้อยแล้วและมั่นใจถูกต้องเรียบร้อย
แล้วในส่วนของการพิสูจน์หลักฐานที่เกิดเหตุ ระดมทีมตรวจพิสูจน์สถานที่เกิดเหตุ ทั้งหมด 4 ทีม โดยจะจัดเก็บเพื่อหาสาเหตุของการระเบิด โดยกลุ่มงานเคมีฟิสิกส์จะจัดทีมมาอีก 4 ทีม หลังจากนั้นก็จะรายงานออกมาว่าเหตุระเบิดเกิดจากสาเหตุใด
ซึ่งเบื้องต้นยังไม่ได้ประเมินว่า สาเหตุเกิดจากอะไร เพราะต้องไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ หลังจากที่นำศพออกมาทั้งหมดแล้วเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการนำศพมาจากที่เกิดเหตุอยู่ หลังจากนั้นถึงจะเป็นหน้าที่ของหน่วยพิสูจน์หลักฐานต่างๆ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวต่อว่า และที่กลุ่มงานเคมีฟิสิกส์เข้ามาร่วมด้วย เพราะว่าหลักฐานทุกอย่างมันเกี่ยวกับเคมีในการประกอบระเบิด แต่ส่วนอื่นๆก็ต้องจัดเก็บด้วยเพราะว่า ต้องทำตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว เพื่อนำไปพิสูจน์ทราบไม่ว่าจะเป็นของสถานที่เกิดเหตุหรือบุคคล ซึ่งก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด
โดยเมื่อศพมาถึงบริเวณวัดโรงช้างจะร่วมมือกับทางแพทย์นิติเวชพิสูจน์อัตลักษณ์ และดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งกับทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 แล้วแจ้งคืนให้กับญาติดำเนินพิธีทางศาสนาต่อไป





