พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปรียบอุตสาหกรรมไทย เหมือนเสือหลับ รอวันตื่น ชู 2 ป. ปรับ-เปลี่ยน สู่ S-Curve

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.67 ที่ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) หนังสือพิมพ์มติชนจัดงานสัมมนา Thailand 2024 : The Great Challenges โดย น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเสวนาในหัวข้อ “เปิดโฉมอุตสาหกรรม – การทูตยุคใหม่ ในมุมมอง รมต.New Gen” ว่า นโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ หน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ทุกคนตระหนักดีว่าเป็นกระทรวงที่สำคัญ เป็นมันเป็นเหมือนเสือหลับอยู่ เพราะฉะนั้น วันนี้คือการไปกระตุ้น เสือให้ตื่น

โดยท่านนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) ก็ขยันทำงาน เดินทางไปต่างประเทศ ให้นักลงทุนได้มั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมขนาดไหน เพราะฉะนั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเป็นกระทรวงที่ส่งเสริมและสนับสนุน ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถทำงานได้ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบกิจการ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก

“เราบอกเสมอว่า เราจะต้องไม่เป็นอุปสรรค เพราะทุกวันนี้เอกชนก้าวหน้ารัฐบาลไปมากแล้ว อะไรก็ตามที่เป็นอุปสรรค ต้องลดเลิกให้ได้ และวันนี้ไทยเราพร้อมจริงๆ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลไกต่างๆ ที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนด้วยกัน เราต้องทำงานด้วยกัน เพราะอยู่ภายใต้รัฐบาลเดียวกัน” น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าว

น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าวต่อว่า นอกจากที่จะต้องดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา อีกสิ่งที่ทำ คือ ตรึงให้ผู้ประกอบการในประเทศอยู่ให้ได้ ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ เพราะว่านอกจากผลที่มีต่อผู้ประกอบการแล้ว มันส่งผลไปยังซัพพลายเชน ทั้งหมด โดยเฉพาะ รายย่อย ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ทั้งหมดด้วย

ในวันนี้โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมก็เปลี่ยน มีกติกาใหม่ที่เข้ามาบังคับ กีดกัน ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับยุคอุสาหกรรมตอนนี้ ผู้ประกอบรายใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะมีความพร้อม ทั้งกำลังทรัพย์ และความรู้ ส่วนที่น่ากังวล คือ รายย่อย เอสเอ็มอี และซัพพลายเชน ซึ่งโดยผลกระทบ บางรายรู้ตัว บางรายไม่รู้ตัว และอีกเรื่องที่เข้ามากระทบ คือ เทรนด์การบริโภคของคนก็เปลี่ยน เช่น เปลี่ยนจากรถยนต์สันดาป รถน้ำมัน ไปเป็น รถยนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี แล้ว แม้จะไม่ได้เปลี่ยนมาก หรือเปลี่ยนทันที แต่แนวโน้มเทรนด์มันกำลังไปทางนั้น และความยากที่สุดคือ การทำอย่างไรให้ซัพพลายเชนยังอยู่ได้ หรือ ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเดิมที่กำลังถูกกระทบให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ให้ได้

สำหรับการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมนั้น โชดดี ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีมันสมองอยู่ คือ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ที่รวบรวมและประมวลผลว่าอุตสาหกรรม ที่กำลังโดนผลกระทบกี่ราย ใครบ้าง และเราก็ทำการส่งสัญญาณให้ปรับตัว หากเปลี่ยนไม่ได้ก็ปรับ ส่วนเรื่องเงินทุน กระทรวงเรามี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอี แบงก์ รวมทั้งการปรับตัว เพราะบางอุตสาหกรรมมีเครื่องจักรที่ทำงานได้หลายอย่าง จึงเสนอไปว่า ปรับไปผลิตอุตสาหกรรมการแพทย์ ควบคู่กับการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น

สำหรับประเภทอุตสาหกรรมที่จะต้องสนับสนุน คงหนีไม่พ้น อุตสาหกรรม S-Curve อาทิ รถอีวี ที่เริ่มเข้ามาในไทยแล้ว ส่วนอุตสาหกรรมที่ต้องมีการยกเครื่อง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ การ์เมนท์ และที่กำลังมีคู่แข่งเยอะ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมพยายามคัดกรอง และทำการส่งสัญญาณเพื่อเตือน ปรับ เปลี่ยน และกระทรวงก็การช่วยเหลือ

“แม้ว่าอุตสาหกรรมสิ่งทออาจจะกำลังเผชิญ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงอยู่ แต่ก็ยังมีนโยยาบของรัฐหลายอย่างเข้ามาช่วย อาทิ นโยบายซอฟต์ พาวเวอร์ ที่เข้ามาช่วยเสริมกลุ่มในผู้ประกอบการรายเล็ก ในมีโอกาสปรับตัวได้”น.ส.พิมพ์ภัทรา กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน