ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ เกินค่ามาตรฐาน 46 เขต พระโขนงหนักสุด พบ 29 จังหวัดอากาศแย่ เกินค่ามาตรฐาน ควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง
เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 29 ม.ค.67 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) อว. โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า-GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง
ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอพพลิเคชั่น พบว่ามี 20 จังหวัด ที่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม อาทิ เพชรบุรี 74.2 ไมโครกรัม ราชบุรี 71.2 ไมโครกรัม สมุทรสงคราม 70.6 ไมโครกรัม ประจวบคีรีขันธ์ 60.8 ไมโครกรัม และ #นครปฐม 59.4 ไมโครกรัม เป็นต้น
ขณะที่กรุงเทพมหานครวันนี้ค่า PM2.5 กว่า 46 เขตพื้นที่พบคุณภาพอากาศที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม โดย 3 อันดับแรก คือ พระโขนง 56.5 ไมโครกรัม บางนา 52.9 ไมโครกรัม คลองเตย 49.4 ไมโครกรัม ยังมีบางพื้นที่ที่พบคุณภาพอากาศปางกลางสีเหลือง อาทิ หลักสี่ บางกะปิ บางซื่อ และ วังทองหลาง เป็นต้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดย GISTDA เมื่อวันที่ 28 ม.ค.67 พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 197 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 87 จุด พื้นที่เขต สปก. 53 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 42 จุด ชุมชนและอื่น 13 จุด และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2 จุด โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก #สระแก้ว 28 จุด ชัยภูมิ 16 จุด ปราจีนบุรี 15 จุด นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 1,788 จุด ตามด้วย พม่า 388 จุด เวียดนาม 111 จุด และ ลาว 83 จุด
แอพพลิเคชั่น “เช็กฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอพพลิเคชัน “เช็กฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอพพลิเคชัน “เช็กฝุ่น”
ส่วนภาพรวมปริมาณ PM 2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี จ.กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.ลำปาง จ.ลำพูน จ.ตาก จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ.ตราด
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 5 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 17.5 – 44.5 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 8.9 – 31.9 มคก./ลบ.ม.
ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 38.0 – 71.1 มคก./ลบ.ม.
ภาคตะวันออก เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 29.5 – 59.2 มคก./ลบ.ม.
ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 10.8 – 24.6 มคก./ลบ.ม.
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 35.3 – 71.4 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำทางสุขภาพประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง
ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ โดยท่านสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอพพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK
ส่วนผลการคาดการสถานการณ์ฝุ่นละออง 7วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 30 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2567 พื้นที่กทม.และปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์ 2567
พื้นที่17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มลดลงระหว่างวันที่ 31 มกราคม-5 กุมภาพันธ์ 2567
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ 2567 ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลงระหว่างวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ 2567
และภาคใต้ดีอย่างต่อเนื่อง






