ตร.บุกทลายเซฟเฮ้าส์ ชุมชนวัดไผ่เงิน ล่ามือ แทงนศ.ปทุมวัน พบเป็นแหล่งซ่องสุมเด็กช่างอุเทน รวบผู้ต้องหาแล้ว 3 ราย เจอรองเท้าเปื้อนเลือด ยืนยันมีหลักฐานเอาผิด

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.67 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 7 จุด ทั่ว กทม.และปริมณฑล ค้นหากลุ่มผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายและใช้อาวุธมีดแทง นักศึกษาที่หน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิต โดยจุดสำคัญคล้ายเป็นที่ซ่องสุมหรือเซฟเฮ้าส์ ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ บ้านไม่มีเลขที่ แบ่งห้องให้เช่า ภายในชุมชนวัดไผ่เงิน ซอยจันทน์ 43 แยก 22-3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.

สภาพเป็นห้องเช่าของเพื่อนร่วมสถาบัน ที่หนึ่งในผู้ต้องหามาหลบหนีพักอาศัยอยู่หลังก่อเหตุ และมักจะมีกลุ่มเด็กช่างอุเทนถวายวนเวียนมารวมตัวอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นที่รู้กันของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงว่า ย่านนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของนักศึกษาอุเทนถวาย จึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งอยู่ในห้องดังกล่าวไปสอบปากคำ

นายสัมพันธ์ อายุ 45 ปี ลุงของ 1 ในผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่าหลานชายไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรง เพราะปกติเป็นเด็กเรียน ไม่เกเร แต่ก็มักจะมีเพื่อนแวะเวียนมาหาบ่อยครั้ง นั่งพูดคุย นอนค้าง และทำงานส่งอาจารย์กันตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่าเคยถูกคู่อริต่างสถาบันทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุรุนแรงกับเพื่อนแต่อย่างใด

อีกทั้งยอมรับว่ารู้สึกเป็นห่วงที่หลานเรียนในสถาบัน ที่คู่อริมักใช้ความรุนแรงตอบโต้ระหว่างกัน เคยบอกเคยเตือนหลานให้ระวังตัวตลอดเวลา ให้ห้อยพระไปเรียนด้วย จะได้แคล้วคลาด

พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นเมื่อช่วงเช้าเป็นรังแหล่งซ่องสุม หรือเซฟเฮ้าส์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และพบผู้ต้องสงสัย 2 คน อยู่ในเซฟเฮ้าส์ แต่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุ แต่ให้พี่พักและช่วยให้หลบหนี อีกทั้งตำรวจพบหลักฐานเป็นรองเท้าเปื้อนเลือดด้วย ยืนยันว่ามีหลักฐานชัดเจนในการเอาผิด

ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน จากหมายจับทั้งหมด 9 คน ที่ร่วมก่อเหตุแทงนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเสียชีวิต โดย 2 คนแรกจับได้ที่ชุมชนวัดไผ่เงิน ส่วนอีกคนควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บนิ้วขาด ขณะก่อเหตุต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออยู่ระหว่างการไล่ล่า

ทั้งนี้ หลังจากตำรวจกวดขันจับกุม ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีความระมัดระวังตัวมากขึ้น จึงฝากเตือนไปยังผู้ที่ให้การช่วยเหลือ หรือสนับสนุนช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีจะถูกดำเนินคดีด้วย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน