ทนายสาวคู่กรณีเปิดใจ เผชิญหน้าหลานอากู๋ แจงปมคลิปเสียง คนตายมากราบเท้า จำได้เคยมาไหว้เท่านั้น ยืนยันทำตามหน้าที่

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.67 นายวัฒนา ทนายความของสาวคู่กรณี ที่ฟ้องครอบครองปรปักษ์บ้านอากู๋ เปิดใจในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย ซึ่งในรายการเชิญนายซัน หลานอากู๋ พร้อมคุณอาย แฟนสาว มาออกรายการด้วย

ทนายวัฒนากล่าวถึงกรณีที่ออกมาระบุอีกฝ่ายใช้สื่อกดดันหนักว่า ความเห็นส่วนตัวการดำเนินคดีกับใคร ต้องทำให้เป็นปกติ แต่อีกฝ่ายไปร้องทนายดังและเป็นข่าวออกมา ไม่เช่นนั้นคงได้ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

“เรื่องนี้ลูกความยืนยันว่าครอบครองปรปักษ์มาเกิน 10 ปีแล้ว แต่บังเอิญมีเรื่องคดีอาญาเข้ามาตัดหน้า ทำให้ลูกความถูกดำเนินคดี และยืนยันเรื่องการครอบครองปรปักษ์ถือว่ามีผลทางกฎหมายไปแล้วด้วย ซึ่งคดีลักษณะนี้กฎหมายให้การรับรองและมีการฟ้องร้องกันแบบนี้ทั่วประเทศ แต่ไม่มีปัญหาถึงขั้นมารบกัน โดยต้องไปสู้กันในศาล ไม่ใช่การสู้กันนอกศาล สู้กันในสื่อออนไลน์และสื่อสาธารณะ”

เมื่อถามว่าเรื่องราวเหมือนบานปลายหนัก โดยฝั่งผู้เสียหายไม่มีความสุขกับคำพูดของทนายที่ระบุใช้สื่อกดดัน ทนายวัฒนากล่าวว่า เป็นตนก็ไม่แฮปปี้เหมือนกัน ถ้าอยู่ฝั่งตรงข้าม ตนไม่ได้มีปัญหากับหลานอากู๋ ตนแค่ใช้กฎหมาย ถ้าไม่มาเล่นแรงกับตนก่อน ก็จะไม่ตอบโต้ เพราะต่างคนต่างทำหน้าที่ เนื่องจากชนะคดีมา บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้เป็นของตน แค่ต้องการดูแลลูกความเท่านั้น

ด้านคุณอาย กล่าวว่า ตนสู้ตามหลักกฎหมายทั้งหมด แปลกหรือไม่ที่อยู่ๆ มีคนมาอยู่ในบ้านเรา โดยตนใช้สิทธิตามกฎหมายเหมือนกัน ในการแจ้งเอาผิดอีกฝ่าย ฐานบุกรุก ลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ เรื่องนี้ใครผิดสังคมก็เห็นอยู่แล้ว

ทนายวัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรใช้สื่อเป็นตัวนำ และไม่ควรออกสื่อ เพราะคดีอยู่ในศาล น่าจะเคารพศาลกันบ้าง เนื่องจากตอนนี้คุณซันและคุณอายยังไม่ใช่เจ้าของบ้าน เป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจ เพราะอากู๋แค่ยกบ้านให้ปากเปล่า ตามกฎหมายก็ถือว่าเป็นโมฆะ

เมื่อถามถึงกรณีคลิปเสียงที่ผู้เสียหายโทร.หาอากู๋และบอกกราบเท้าทนายแล้วให้ถอนฟ้อง ทนายวัฒนา กล่าวว่า วันนั้นเห็นผู้เสียชีวิตมีการไหว้ต่อหน้าสามี ต่อหน้าคนบุกรุกบางส่วน ตนก็บอกไม่ต้องมาไหว้ เพราะผู้เสียชีวิตโทษตัวเอง เนื่องจากทำให้ตนและคนอื่นโดนวิพากษ์วิจารณ์ไปด้วย

ทนายวัฒนา กล่าวว่า ตนยืนยันไม่ได้ปฏิเสธจะไม่ยอมถอนคดี ตามที่ผู้เสียชีวิตร้องขอ โดยบอกไปถ้าจะถอนก็ถอนได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องดูเวลาที่เหมาะสม ตนไม่ได้ขัดข้องอะไร ซึ่งตนจำไม่ได้ผู้เสียชีวิตกราบเท้าหรือไม่ แต่จำได้ว่ามาไหว้เท่านั้น

เมื่อถามว่าทำไมไม่แนะนำลูกความอย่าไปเอาของคนอื่นในการครอบครองปรปักษ์ เพราะเป็นของคนอื่นและไม่สุจริต ทนายวัฒนา กล่าวว่า กฎหมายคุ้มครองคนไม่สุจริตอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรสังคมต่อว่า ทนายเป็นคนบอกให้คู่กรณีทำแบบนี้ จนเรื่องราวบานปลายหนัก ทนายวัฒนา กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร เพราะอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน ตนไม่ได้โทษคุณซันและคุณอาย แต่ทั้ง 2 คนก็มีที่ปรึกษาเหมือนกัน เรื่องนี้ถ้ามาพูดคุยก็อาจตกลงกันได้โดยสันติ คุณโชคดีที่มาเจอคนครอบครองปรปักษ์ เพราะถ้าแพ้คดีก็ยอมรับ ถ้าชนะคดีก็ต้องพูดคุยกันในการจะคืนบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ยอมรับเป็นบ้านของอากู๋อยู่แล้ว

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน