ทนายเดชาเผยลูกทนายเพื่อนบ้าน โทรขอโทษแทนพ่อ ไม่คิดเป็นทนายแล้ว กลัวเป็นแบบพ่อ เผยเงื่อนไขจบคดีเดียวของอากู๋

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ก.พ.67 นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความของอากู๋ เปิดเผยว่า ตนรับผิดชอบในทุกคดี คดีแรกมีผู้ต้องหา 5 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิต แต่ตามกฎหมายสิทธิ์ตามคดีอาญาก็ระงับไป จึงเหลือผู้ต้องหาอีก 4 ราย ฐานความผิดบุกรุกตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ลักทรัพย์เคหสถาน และมำให้เสียทรัพย์ เป็นคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานอัยการ

คดีที่ 2 คือคดีครอบครองปรปักษ์ โดยคุณศรีพรรณไปยื่นคำร้อง วันนี่ตนไปตรวจสอบมา หลังจากคู่กรณีบอกจะถอนฟ้อง แต่ทนายยังคงยืนยันจะสู้คดี เนื่องจากอยู่บ้านมาเกิน 10 ปี จะยึดบ้านไปเป็นของคุณศรีพรรณ ดังนั้นสิ่งที่ทนายคนนี้พูดกับสิ่งที่ปรากฏนั้น ไม่ตรงกัน

คดีสุดท้ายคือ การบุกรุกรอบที่สอง หลังจากที่ย้ายออกจากบ้านไปแล้ว แต่กลับมีทนายแนะนำให้ไปบุกบ้าน ตัดกุญแจ และเข้าไปอยู่ใหม่ จึงมีการแจ้งความดำเนินคดีคุณศรีพรรณ อย่างไรก็ตาม จำเลยคนอื่นๆ ยังไม่ได้ฟ้องแพ่ง และไม่ได้คิดจะไปฟ้องร้อง ตอนนี้มีคดีอาญาเรื่องบุกรุก และหากว่าหลังจากจบเรื่องงานศพ สามีผู้ตายจะมาคุยกับตนก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดอยู่แล้ว มีการมาไหว้ขอโทษอากู๋และตน อยากจะขอชดใช้ค่าเสียหาย และการแสดงเจตนาตั้งแต่ก่อนน.ส.ภานุมาศเสียชีวิต ว่าเขาอยากจะเลิก แต่ถ้าจะไปต่อ กราบเท้าก็ไม่ยอม

ส่วนประเด็นที่ฝั่งทนายเพื่อนบ้านบอกว่า ตนใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการกดดันลูกความนั้น ทนายเดชา กล่าวว่า ยืนยันไม่จริง สื่อทุกคนมีอิสระในการทำข่าว มองเป็นการนำเสนอข่าวภัยสังคม ตนคงไปสั่งสื่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาพูดคือ การโกหก อีกทั้งยังใส่ร้ายอากู๋ ใส่ร้ายทนายเดชา หาว่าเอาสื่อนำ ตนคุณธรรมนำ ตนไม่ใช่ทนายสายโจร

ประเด็นที่ทนายสั่งเพื่อนบ้านต้องการจะฟ้องตนกลับนั้น ทนายเดชา กล่าวว่า คนบางคนไม่มีราคา ตนไม่อยากจะพูดพูดถึง ส่วนจรรยาบรรณวิชาชีพทนายความนั้น ห้ามยุยงส่งเสริม คดีที่รู้อยู่แล้วว่าแพ้ แต่ไปแนะนำให้ตัดกุญแจ บุกรุกบ้านคนอื่น และนำป้ายมาติด ทนายแบบนี้ไม่อยากให้เรียกว่าทนาย แต่ตนก็ไม่ได้หมายถึงใคร หวังว่าคณะกรรมการมรรยาททนายจะต้องไปตรวจสอบ แต่ตนมองว่าการกระทำเช่นนี้เป็นบาป หากลูกความตนอยากจะให้ตรวจสอบมรรยาททนายรายนี้ ก็สามารถทำได้ ส่วนจะฟ้องกลับหรือไม่ ตนปล่อยให้บาปกรรมลงโทษ

ประเด็นคลิปเสียงการสนทนาระหว่างอากู๋กับผู้ตาย ที่หลายคนสงสัยว่ามีการตัดต่อหรือไม่ ทนายเดชา เปิดเผยว่า คลิปที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวมาจากลูกความ มาจากบทสนทนาจริง และสามารถที่จะนำมาเผยแพร่ได้โดยชอบ เพราะทนายรายนี้หลังจากที่ลูกความเสียชีวิต เขากลับไปให้สัมภาษณ์ว่าฝ่ายอากู๋ใช้สื่อกดดันจนลูกความเสียชีวิต จึงต้องออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่าไม่ได้เกิดจากสื่อที่กดดัน แต่เป็นเพราะทนายที่ให้คำแนะนำ ให้เขาสู้คดี ทั้งๆ ที่ไม่อยากสู้ ซึ่งในคลิปเสียงนั้นก็มีการพูดเอาไว้ชัดเจน และเป็นสิทธิ์โดยชอบของตนและลูกความตนในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ส่วนประเด็นที่มีการก้มกราบทนายนั้น ตนมองว่าเป็นทนายที่แปลก

เมื่อถามว่าทนายมีส่วนได้เสียอะไรกับเรื่องนี้หรือไม่ ทนายเดชา กล่าวว่า บ้านของทนายอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ 3 ห้อง เขารู้เห็นมาโดยตลอด ซึ่งตนได้มีการคุยกับคุณศรีพรรณว่า ใครเป็นคนสั่งให้เค้าไปตัดกุญแจ แล้วเข้าไปนอนในบ้าน ทั้งที่ไม่มีน้ำไม่มีไฟ

ขณะที่รายงานมีว่าลูกชายของทนายรายนี้ได้ออกมาขอโทษแทนพ่อ ทนายเดชา เปิดเผยว่า ลูกชายของทนายรายนี้โทรมาหาทนายกุ้งเมื่อวานนี้ คุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง โดยบอกว่าเรียนกฎหมายอยู่ที่ม.ธรรมศาสตร์ และเรื่องนี้ทำให้เขาไม่อยากเป็นทนายแล้วหลังจากเรียนจบ เพราะกลัวเป็นแบบพ่อ นอกจากนี้ยังเคยเตือนพ่อไปแล้วด้วยว่า อย่าไปออกสื่อ เดี๋ยวทัวร์ลง และบอกกับพ่อว่าไม่ควรทำแบบนี้เลย แต่ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากพ่อเป็นแบบนี้

สำหรับแนวทางหลังจากนี้อากู๋พร้อมที่จะเจรจา และจบเรื่องนี้ด้วยดี ไม่ได้ติดเรื่องของเงิน เพราะอากู๋ก็เป็นคนมีฐานะ เป็นผู้บริหารระดับของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีทนายคนนี้ “มีเขา ไม่มีเรา”

สุดท้ายนี้ตนฝากบอกทนายว่าขอโทษศพผู้เสียชีวิตด้วย ที่ให้สู้คดีจนมาจบชีวิตแบบนี้ ให้นึกถึงบาปบุญคุณโทษ บางคนความรู้สูงแต่คุณธรรมไม่มี ตนเห็นมาหลายคนแล้วที่ตกต่ำ อย่าเอาช่องว่างกฎหมายมาเอาเปรียบคนอื่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน