คณะพนักงานสอบสวนทำคดีฆ่าหนุ่มเกาหลีใต้ยัดถังทิ้งน้ำ รอผลตรวจดีเอ็นเอญาติยืนยัน จ่อออกหมายจับหมายแดง 3 เพื่อนร่วมชาติหลบหนีออกนอกประเทศ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่สน.มักกะสัน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าผู้ต้องสงสัย 2 คน อุ้มฆ่าหันศพหนุ่มเกาหลียัดถังพลาสติก

โบกปูนอำพรางศพ ทิ้งอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังญาติประสานสถานฑูตติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัว ก่อนพบข้อมูลว่าถูกเรียกค่าไถ 3 ล้านบาท พร้อมนำร่างส่งนิติเวช รพ.ตำรวจ ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้มีการคุยกับทางพี่สาวผู้ตาย ตำรวจประสานงานของประเทศไทยและเกาหลีใต้ ภายหลังจากการพบศพผู้เสียชีวิต ขณะนี้อยู่ระหว่างแพทย์นิติเวชรพ.ตร. ตรวจสอบสภาพศพ

ส่วนการตัดนิ้วจากศพไปนั้น ต้องรอผลแพทย์ตรวจสอบด้วยวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์ ตัดก่อนหรือหลังเสียชีวิต หากมีตัดนิ้วก่อนสันนิษฐานได้ว่ามีทรมานผู้ตาย ส่วนหากมีการตัดนิ้วหลังจากเสียชีวิตคือตัดเพื่อลบอัตลักษณ์ผู้ตาย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์อัตลักษณ์เป็นที่เรียบร้อย หากผลดีเอ็นเอยืนยันจะสามารถให้ทางคณะพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับและประสานตำรวจอินเตอร์โพล ขอหมายแดงส่งดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาภายนอกราชอาณาจักรได้ทันที

สำหรับคนร้ายก่อเหตุมี 3 ราย ในจำนวน 2 รายเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว อีก 1 ราย มีการเดินทางเข้ามาแต่ไม่พบเดินทางออก จากการตรวจสอบจุดต้องสงสัยทั้งหมดยังไม่พบอุปกรณ์ในการก่อเหตุแต่อย่างใด ส่วนรถเช่าทำการตรวจยึดมาแล้ว จอดอยู่ในพื้นที่สน.คลองตัน

ส่วนคนร้ายก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญในการก่อเหตุนั้น มีความเป็นไปได้การรู้จักหาอุปกรณ์ซ่อนเร้นอำพรางศพ สาเหตุที่เกิดเหตุเรื่องดังกล่าว ต้องรอผลการตรวจสอบข้อมูลประวัติคนก่อเหตุ 3 ราย จากทางตำรวจเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ต้องสงสัย 2 คนเพิ่งเดินทางเข้ามาในปีนี้ ส่วนอีกคนนั้นเดินเข้ามาตั้งแต่ปี 63 มีความชำนาญพื้นที่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามญาติ แฟน กับเพื่อน ยังไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด แต่ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนแฟนคนไทยทำงานรับจ้าง คนตายทำงานเทรดหุ้น ส่วนเงินจำนวน 3 ล้านบาท ยังไม่ได้มีการโอนให้คนร้ายแต่อย่างใด

จากการสอบถามญาติแล้วทราบว่า ไม่เคยรู้จักตัวผู้ต้องหาดังกล่าว และแฟนเพิ่งเคยพบครัังแรกที่สถานบันเทิงย่านอาร์ซีเอเท่านั้น ส่วนตัวทางญาติเชื่อว่า ชาวเกาหลีชอบเที่ยวและดื่ม เข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว 8 ครั้งและผูกพันกับแฟนชาวไทย การทำธุรกิจอะไรนั้น มอบให้ตำรวจเกาหลีดำเนินการตรวจสอบว่ามีประวัติกระทำผิดอย่างไรหรือไม่

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายคือ 1.นายคิม หลบหนีไปที่ประเทศเมียนมา และนายลี หลบหนีไปประเทศกัมพูชา และ 3.นายโรอุน เดินทางกลับประเทศเกาหลี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน