ทนายด่าง คาใจปมบุ้งเสียชีวิต พบมีการใส่ท่อช่วยหายใจผิดที่ ชี้ส่งผลให้อากาศเข้าไปในท้อง ในลำไส้ เผยกังขาสาเหตุหัวใจล้มเหลว
จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร หรือบุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ซึ่งอดอาหารประท้วง หลังถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค.2567 กระทั่งมีอาการวิกฤตหัวใจหยุดเต้น จึงต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี
โดยแพทย์ได้ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต (CPR) แต่ไม่เป็นผลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เมื่อเวลา 11.22 น. วันที่ 14 พ.ค.2567 ที่ผ่านมานั้น ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว นายกฤษฎางค์ นุตจรัส หรือทนายด่าง, น.ส.กุณฑิกา นุตจรัส หรือทราย, พร้อมด้วย น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม กลุ่มทะลุวัง ญาติ มิตรและคนใกล้ชิดของ น.ส.เนติพร หรือบุ้ง ร่วมแถลงข่าวกรณีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร รวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการที่ครอบครัวไม่ได้รับความร่วมมือในการเปิดเผยรายงานการรักษา น.ส.เนติพร เพื่อให้สังคมทราบ
นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ไม่ได้ส่งรายละเอียดการรักษาพยาบาล น.ส.เนติพร ก่อนวันเสียชีวิต 5 วันที่เราขอไป ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 18 พ.ค. นับเป็นเวลา 4 วันแล้ว
“ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมทางกรมราชทัณฑ์ถึงไม่จัดส่งรายงานการรักษา เราขอเพียง 5 วัน ซึ่งถ้าเราขอตั้งแต่ตอนที่บุ้งรักษาตัวอยู่ ก็อาจมีข้ออ้างว่าต้องใช้เวลา แต่เราคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน
“5 วันย้อนหลังก็เพียงพอจะบ่งชี้ถึงมาตรฐานการรักษาได้หรือไม่ รวมถึงเราได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์เองก็ยืนยันว่ามี และแถลงต่อสื่อไปหลายครั้ง แต่ 2 รายการนี้ ก็ยังไม่ให้เรา
เขาก็อ้างกฎกระทรวง ระเบียบ ว่าพี่สาวคนเดียวของบุ้ง มามอบอำนาจให้ทนายความไปขอไม่ได้ ต้องให้คุณพ่อหรือคุณแม่ขอก่อน หรือไปรับเอง ทั้งที่ตอนแรกไม่บอกปัญหานี้ ตรวจเจอความบกพร่องอย่างไรถึงถ่วงเวลาไว้อย่างนี้ ทั้งที่ได้เอาข้อเท็จจริงมาแถลงกับสื่อหลายครั้ง โดยไม่ได้ขออนุญาตจากญาติผู้ตายด้วยซ้ำ ไม่รู้เอากฎกระทรวงข้อไหนมาอ้าง มันมีพิรุธ” นายกฤษฎางค์ กล่าว
ไม่ให้รายงานการรักษา ทั้งที่มีอยู่ เรื่องนี้น่าจะเสียหายกับกรมราชทัณฑ์ ไม่ทราบว่ามีเหตุผลกลใด “ผมมีรายชื่อหมด นัดผมตั้งแต่ 17.00 น. เขายังอ้างว่าต้องให้พ่อแม่ไป” “ผมคุยทางโทรศัพท์ ว่าญาติกำบังวุ่นกับงานศพ หัวใจสลายพอแล้ว คุณอย่าทำแบบนั้นเลย เขาก็ถ่ายรูปกฎกระทรวงให้ดู แต่ไม่ทราบว่าใช้กับผู้ต้องหาทุกคนเหมือนกัน หรือใช้กับคนป่วยด้วยหรือไม่”
สิ่งที่ผมกำลังจะแถลง ได้รับจาก รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ที่ให้ความร่วมมือตั้งแต่วันแรก ที่รับตัวบุ้ง 14 พ.ค. เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ความจริงแล้ว เรื่องที่จะแถลง ยังมีหลายประเด็น แต่กำลังตรวจตราอยู่” นายกฤษฎางค์กล่าว
เรื่องสำคัญที่อยากเล่าผ่านสื่อไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ต้องหาที่ยังรักษาตัวอยู่ ดังนี้ สาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพรมีปัญหาเยอะ ประเด็นใหญ่ที่เป็นสาเหตุการตายสำคัญ เมื่อวันก่อน เราแจ้งว่า น้องเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลว ขาดอากาศ
“ผมขอรายงานสั้นๆ คือตอนที่น้องบุ้งไปถึง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เวลา 09.30 น. ของวันที่ 14 พ.ค.น้องไม่หายใจ ไม่มีสัญญาณชีพ รพ.ธรรมศาตร์ฯ ตรวจพบว่าการรักษาพยาบาล จาก รพ.ราชทัณฑ์ ส่งมาโดยรถพยาบาล ทำผิดพลาด โดยใส่ท่อช่วยหายใจผิดตำแหน่ง จากที่ต้องสอดใส่ไว้ในหลอดลม เพื่อนำอากาศเข้าสู่ปอด กระตุ้นให้ปอดทำงาน บีบออกซิเจนไปที่หัวใจต่อไป
แต่ตามสภาพการรายงานของแพทย์ที่รับน้องจากมือของราชทัณฑ์ คือเขาใส่ท่อช่วยหายใจไว้ในหลอดอาหาร อันนี้มีหลักฐานยืนยัน ตามการตรวจสอบเอกสารที่จัดทำขึ้น แล้วไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลง” นายกฤษฎางค์กล่าว
นายกฤษฎางค์เผยว่า มีการถ่ายภาพ มีรายละเอียดชัด ผลของการใส่ท่อช่วยหายใจที่เป็นอุปกรณ์ให้น้องฟื้นกลับมา แต่เอาไปใส่ในหลอดอาหาร ผลคืออากาศเข้าไปในท้องในลำไส้
“มองด้วยตาก็เห็น ในขณะที่ผ่า และผมเป็นพยาน อาการคือท้องของน้องจะบวมมาก ลำไส้เต็มไปด้วยลมทั้งนั้น แทนที่จะสอดเข้าไปในหลอดลม เป็นสาเหตุที่คุณหมอบอกว่า จึงวัดค่าการหายใจที่ออกมา จากปกติค่า CO2 ประมาณ 30-40 ตามมาตรฐาน ซึ่งถ้ามีปัญหาตามมาตรฐานก็น่าจะอยู่ที่ 10 แต่ของน้อง ลมหายใจที่ออกมาค่า ETCO2 เป็น 0 เมื่อถึงมือหมอ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ
“ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงไม่ให้รายงาน ทำไมถึงปิดบังการรักษา อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็ได้ ใส่ท่อหายใจตั้งแต่อยู่บนเตียงหรือเปล่า ผมเข้าใจแล้ว หลังจากคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คนที่อยู่ในสภาวะฉุกเฉิน คุณได้ปฏิบัติตามมาตรฐานของแพทย์ทั่วไปหรือไม่ นั่งมาในรถ มีแพทย์มาด้วยหรือเปล่า ผมไม่ยืนยันแต่ได้ยินว่า มีระดับ ผอ.แพทย์ นั่งมาด้วย เป็นเหตุให้บุ้งเสียชีวิต”
นายกฤษฎางค์ระบุว่า หัวใจล้มเหลว เป็นคำพูดที่กว้าง ทนพิษบาดแผลไม่ไหว แต่ความจริงมาจากสาเหตุนี้เป็นประเด็นหลัก ทางราชทัณฑ์จะตอบอย่างไร
“ผมแถลงวันนี้ คนที่รับเคราะห์คือคนเล็ก คนน้อย ผมไม่เข้าใจ ทำไมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำไมถึงไม่ให้ผมและญาติ ทุกวันนี้ไม่มีผลการรักษา แล้วจะทำอย่างไรต่อ มีเหตุที่น่าสงสัย เราค้นพบสารบางอย่าง เขาพูดในการแถลงเมื่อวาน มีการฉีดยา ซึ่งเราจะวิเคราะห์แยกจากผลตรวจเลือด” นายกฤษฎางค์ชี้
นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสลดถึงต้องแถลงตั้งแต่วันแรกพร้อมญาติ ว่าเราต้องการรู้ สาเหตุการตาย เพื่อให้รู้ว่า ลูกสาวเขาตายอย่างไร เพื่อไม่ให้มีลูกสาวคนอื่นๆ ตายอีก จากการรักษาพยาบาล ถ้าไปเปิดวิดีโอดู บอกว่าเป็น รพ.ที่มีมาตรฐาน แต่ตนว่ามันห่วย ซึ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงประเด็นเดียวเท่านั้น
“เรายังค้นสาเหตุต่อ ว่าหัวใจล้มเหลวเพราะสาเหตุอะไร เรากำลังกังขาอยู่ เพราะพยานหลักฐานทางเรา ยืนยันว่า มีการให้ยาโพแทสเซียม เขาก็รับตลอด มนุษย์เข้าไปเยี่ยมทุกวัน จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทุกวัน แต่ไม่เคยได้รับทราบข้อมูล หรือแพทย์ชี้แจงเลยว่า น้องปฏิเสธการรับโพแทสเซียม
“มันมีวิธีการเยอะแยะที่จะช่วยเหลือ เช่น ถ้าเขาไม่รับ ให้ทางเส้นเลือดได้หรือไม่ หรือมีการให้อะไรที่ผิดพลาดจึงปกปิดรายงาน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และเรื่องนี้ยังไม่จบ ผมยืนยันว่าเสียชีวิต ในการควบคุมดูแลโดย รพ.ราชทัณฑ์ และโดยราชทัณฑ์” นายกฤษฎางค์กล่าว
นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 กรณี น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือตะวัน ตนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า อย่าเข้าไปบังคับให้น้องต้องเซ็นอะไรต่างๆ เพราะเขาเป็นพยานบุคคลคนหนึ่ง
“ผมได้บอกพี่สาว และทนายแล้วว่า ตอนนี้ต้องดูแลความปลอดภัยทานตะวันให้ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องตลก หรือวาทกรรม มีผู้ต้องขังเสียชีวิตด้วยเหตุเหล่านี้มากมาย เพียงแค่จะรายงานกับประชาชนหรือไม่ ผมกำชับว่าต้องเข้าไปดูแล ทานตะวัน” นายกฤษฎางค์ชี้
นายกฤษฎางค์กล่าวอีกว่า ถึงแม้อยู่ใน รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ปลอดภัย แต่ศาลไม่ให้ประกัน ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง กลัวจะหลบหนี แต่ตนมองว่าตอนนี้ทานตะวันเดินได้ไม่เกิน 5 เมตร ถ้าเชื่อมั่นในมาตรฐานการรักษาอย่างนั้น ต่อไป ตนจะให้ลูกหลานของท่านไปรักษาที่ รพ.ราชทัณฑ์ บ้าง
“น้องสาวเขาตาย เหตุผลสำคัญคือขาดลมหายใจ ซึ่งอยู่ในเอกสารอันนี้ ที่จะนำไปพิจารณาในศาล แต่ยังมีสาเหตุบางอย่าง เช่น ค่าที่สูง จนไม่น่าเชื่อว่าคนที่ป่วยอย่างบุ้ง จะมีค่าตรงนี้สูง ผมไม่ได้กั๊กที่จะไม่บอก แต่คุณหมอขอดูอีกหน่อย เพราะเราจะใช้วิธีการแบบไม่ใส่ร้ายใคร” “ผมไปเอาเอกสารมาวันนี้ และคุยกัน ตกใจเหมือนกันว่าทำขนาดนี้เลยเหรอ” นายกฤษฎางค์กล่าว
เมื่อถามย้ำถึงสาเหตุการเสียชีวิต ว่าเป็นเพราะใส่ท่อหายใจผิดตำแหน่ง ใช่หรือไม่ นายกฤษฎางค์กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นสาเหตุหลัก ทาง รพ.ธรรมศาสตร์ฯ มีรายงานเรื่องการใส่ท่อหายใจผิดตำแหน่ง หมอ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ยังให้ไปขอวิดีโอดู หมอท่านก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำกันอย่างนี้ได้อย่างไร เพราะนักศึกษาแพทย์ยังไม่ทำอย่างนี้เลย
“เขียนไว้ว่า ใส่เครื่องมือผิดพลาด ค่าลมหายใจเป็นศูนย์แล้ว ถ้าเราคิดในแง่ไม่ดี คืออาจจะตายตั้งแต่ในเตียงแล้วมั้ง แล้วจัดฉากส่งมาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เพราะการส่งมา ไม่ได้ง่าย ตอนจะส่งเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ มารักษา ยังยาก ติดขั้นตอน แต่ทำไมอันนี้มันง่ายจัง แล้วใครอนุญาตให้นำร่างมา รพ.ธรรมศาสตร์ฯ ไม่มีใครตอบ ยิ่งฟังแถลงยิ่งข้องใจ
“ผมรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องบิดเบือน ประเทศเราจะไปอย่างนี้หรอ ความผิดมันตั้งแต่ผู้บริหาร ตำรวจ ที่ไปจับเด็ก ส่งฟ้อง แต่ทำไมศาลถึงไม่ให้ประกัน ถ้าให้ประกันคงไม่ตาย มันต้องมีคนรับผิดชอบเยอะ” นายกฤษฎางค์กล่าว
นายกฤษฎางค์กล่าวต่อว่า กรณี น.ส.ทานตะวัน แม่ไปยื่นประกัน เพราะคิดว่าลูกไม่ปลอดภัย เพราะมี เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เฝ้าตลอด หมอจะเข้าไปก็ต้องขอเจ้าหน้าที่ ไปอยู่ รพ.ธรรมศาสตร์ ก็ยังเหมือนอยู่ในคุก เพียงแต่ทำอะไรประเจิดประเจ้อไม่ได้ พ่อแม่อยากให้ออกมารักษาข้างนอก รพ.ตร.ยิ่งดี เพราะกลัวความปลอดภัย” นายกฤษฎางค์ กล่าว
ที่มา : มติชน