ลูกเสือโคร่ง อ้างเป็น ไลเกอร์ ส่งเลี้ยงบึงฉวากแล้ว รมว.พัชรวาท ตั้งชื่อน้อง”นีน่า” กรมอุทยานฯเตรียมเรียกเก็บเงิน 1.3 ล้านกว่าค่าดูแลจากเจ้าของ

จากกรณีลูกเสือโคร่งหลุดออกมาเดินอยู่ในชุมชน ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วงดึกของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นฟาร์มโดยเจ้าของอ้าง ไม่ใช่เสือโคร่ง แต่เป็น ไลเกอร์ ลูกสิงโตผสมเสือโคร่ง แล้วเพนท์สีให้เหมือนเสือเพื่อเข้าฉากถ่ายทำภาพยนต์

แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อหลังพบลูกสิงโตวัย 2 เดือน อยู่ในบ้านซึ่งเป็นคนละตัวกัน ทำให้เจ้าของยอมรับ แล้วนำลูกเสือโคร่งตัวจริง อายุประมาณ 5 เดือนมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจยึด ทั้ง 2 ตัว เนื่องจากได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ถือว่าครอบครองโดยมิชอบ

โดยเรื่องนี้ วันที่ 18 พ.ค.2567 หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) นำส่งลูกเสือโคร่งมาดูแลต่อ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งชื่อให้ลูกเสือโคร่งว่าน้อง “นีน่า”

ด้านนายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยว่า ลูกเสือโคร่งตัวนี้ มีอายุประมาณ 3-4 เดือน เพศเมีย น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัม ส่วนอาหารลูกเสือโคร่ง เป็นนมชนิดผงภายใน 1 วันแบ่งให้กินนมทุก 3 ชม./ครั้ง ครั้งละ 500 มิลลิลิตร พร้อมด้วยเนื้อวัวสับหยาบ ให้กินวันละ 2 มื้อ ครั้งละ 500 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมีการเสริมแคลเซียม สำหรับสุนัขแบบเม็ด

พฤติกรรมโดยทั่วไปที่ตรวจเช้าวันนี้ ลูกเสือโคร่งมีความสนใจสิ่งแวดล้อมดี มีพฤติกรรมค่อนข้างติดคน มีความอยากใกล้ชิดคนตลอดเวลา ส่วนการกินเนื้อวัว และนม ปกติ ปัสสาวะปกติ ยังไม่ถ่ายอุจจาระ

ด้าน สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก ตรวจอาการเบื้องต้นพบว่า สองขาหลังลงน้ำหนักได้ แต่ไม่แข็งแรงมาก ขาหลังอ่อน ซึ่งจะต้องตรวจดูอาการต่อไปอย่างต่อเนื่อง ต้องเสริมสารอาหารจำพวกแคลเซียม และให้กินอาหารที่ถูกหลักตามโภชณศาสตร์ที่ลูกเสือโคร่งควรได้รับตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันภาวะโรคกระดูกบาง กระดูกเสื่อมในลูกสัตว์ได้

ส่วนการเลี้ยงดูแล จะต้องทำการแยกเลี้ยงเดี่ยว เพื่อทำการกักโรค ภายใน 7 วัน ไม่ปล่อยเดินเล่นนอกอาคารเลี้ยงดูลูกสัตว์ แต่ที่อาคารเลี้ยงดูลูกสัตว์สามารถเปิดรับแสงแดดได้ในยามเช้า ส่วนในระหว่างการกักโรค ภายใน 7 วัน สัตวแพทย์จะต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป และส่งเก็บเลือดไปยังหน่วยนิติวิทยาศาสตร์ กรมอุทยานฯ เพื่อตรวจชนิดพันธุ์ของลูกเสือโคร่งและฝังไมโครชิฟ เพื่อทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าต่อไป

นอกจากนี้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังเตรียม เรียกค่าดูแลลูกเสือโคร่งจากผู้ระบุว่าเป็นเจ้าของเสือ โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯต้องดูแลเสือโคร่งมากกว่า 10 ปี เป็นเงิน 1,394000 บาท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการดำเนินการแก่สัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าและค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์ป่า พ.ศ.2565

อ่านข่าว บุกยึดแล้ว ลูกสิงโต-ลูกเสือโคร่ง พบได้มาไม่ถูกต้อง หลังเจ้าของบอกเพนต์สี-ตัวเดียวกัน

อ่านข่าว ไม่ใช่”ไลเกอร์”เจ้าของรับแล้ว ลูกเสือโคร่งจริงไม่ได้เพนต์สี หลุดไปวิ่งเล่นงับตร.-กู้ภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน