เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ยังมีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยทยอยเดินทางมาร่วมถวายสักการะพระโกศ เบื้องหน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง

s__116154386

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสา รด. คอยตรวจตรารอบพื้นที่อย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินเข้ามาบริเวณสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง ต้องผ่านจุดคัดกรอง 8 จุด ของเจ้าหน้าที่ที่จะตรวจค้นกระเป๋า และตรวจบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง อย่างเข้มงวดเพื่อป้องการแก๊งมิจฉาชีพที่อาจจะเข้ามาปะปนกับประชาชน ก่อเหตุลักขโมยในพื้นที่จัดงาน

s__116154385

ขณะเดียวกันการจัดระเบียบแจกจ่ายอาหารตามเต็นท์โดยรอบสนามหลวง ทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย หรือกอร.รส. บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง กำหนดวันนี้เป็นวันแรกที่จะแจกอาหารตามรอบเวลา เริ่มจาก ช่วง 06.00 / 09.00 / 11.00 / 14.00 / 16.00 / 20.00 น. และปิดท้องสนามหลวง เพื่อเคลียร์พื้นที่ในช่วงเวลา 21.00 น.

นางลิ้นจี้ เปลี่ยนอารมณ์ อายุ 51 ปี

นางลิ้นจี่ เปลี่ยนอารมณ์ อายุ 51 ปี

ด้านสำนักการโยธา กทม. นำรถบดถนน รถไถ เข้าปรับพื้นที่บริเวณสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ โดยปูแอสฟัลท์คอนกรีตเพื่อเตรียมตั้งเต็นท์จำนวน 73 หลัง สำหรับรองรับประชาชนจำนวนมากที่จะเดินทางมาถวายสักการะและพักผ่อน ระหว่างรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ รวมทั้งของจิตอาสาหน่วยงานต่างที่เข้ามาให้บริการประชาชน ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศใต้มาไว้ที่ทิศเหนือ เพื่อเตรียมพื้นที่ฝั่งทิศใต้สำหรับก่อสร้างพระเมรุมาศ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันอาทิตย์นี้

s__116154382

ด้าน นางลิ้นจี่ เปลี่ยนอารมณ์ อายุ 51 ปี อาชีพค้าขาย ชาอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี กล่าวด้วยสีหน้าเศร้าสลดและน้ำเสียงสั่นเครือว่า เดินทางมาจากตัวจังหวัดตั้งแต่เวลา 04:00 น. และได้เข้าคิวต่อแถวเพื่อรอเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพราะตั้งใจไว้แน่วแน่แล้วว่าจะต้องเดินทางมากราบสักการะให้ได้ ด้วยความที่เคยมีโอกาศได้เข้าเฝ้าฯรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯเป็นประธานในพีธียกช่อฟ้าที่วัดเขาพระ ในอำเภอเขาย้อย ภาพความทรงจำในครั้งนั้นตนยังจำได้ไม่เคยลืม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งแรกในชีวิต

s__116154381

“ตอนนั้นฉันอายุ 7 ขวบ ก็เป็นปกติของเด็กที่อยากตามแม่ไปไหนต่อไหน และวันนั้นแม่ฉันได้เข้ารับเสด็จฯพระองค์ท่าน ฉันก็อยากไป เพราะด้วยความอยากรู้ว่าคนไหนคือในหลวง เมื่อฉันรู้ก็ถึงกับดีใจมาก มันปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นพระองค์ท่าน หลังจากที่เคยได้ยินแต่คำบอกเล่า มันเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตแล้ว” นางลิ้นจี่กล่าว

s__116154380

นางลิ้นจี่ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา คนในครอบครัวที่ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกคนนิ่งเงียบไม่มีคำพูดใด มีเพียงน้ำตาที่ไหลออกมาเท่านั้น ซึ่งความรู้สึกในวันนั้น ยังเป็นความโศกเศร้าที่สุดชีวิต

s__1187901

“ฉันนั่งร้องไห้ สามีของฉันก็ร้องไห้ ทุกคนในบ้านร้องไห้กันหมด เสียงจากนักข่าวแทบไม่ได้ยิน และฉันก็ฟังอะไรไม่รู้เรื่องแล้ว หูมันอื้อไปหมด ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง จากที่ทุกคนกำลังคุยกับอยู่ จู่ๆ ก็มีแต่เสียงร้องไห้ดังไปทั้งบ้าน ฉันเสียใจมากจนทุกวันนี้ เมื่อนึกถึงหน้าท่านยังน้ำตาไหลเหมือนเดิม” นางลิ้นจี่ กล่าว

s__1187898

นางลิ้นจี่ ยังกล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าในวันนี้ประเทศไทยจะไม่มีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอีกต่อไปแล้ว แต่ตนขอน้อมนำพระราชดำริของพระองค์ทั้งด้านเศรษฐกิจพอเพียง การประหยัด การอดทนและการเป็นคนดี มาปรับใช้ในชีวิต เพื่อเป็นการเทิดทูนพระเกียรติและพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ โดยจะบอกกล่าวเรื่องราวพระปรีชาสามารถและการเสียสละของพระองค์ท่านให้บุตรหลานได้รับรู้ในอนาคตต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่นางลิ้นจี่กำลังเผยความในใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาตลอดเวลา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน