รวบ กรรมการบริษัททัวร์ “ก้าวเจริญ30ทัวร์” ขายทัวร์ทิพย์ รับปากจะคืนเงิน แต่บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ๆ ผู้เสียหายกว่า 60 ราย อ้าง หุ้นส่วนดับสลด ทำบริษัทรวน

วันที่ 21 พ.ค.2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.วุฒิพันธ์ ผะอบทอง, ร.ต.อ.เจษพงษ์ มีเพ็ชรทาน และ ร.ต.อ.พีรเวธน์ โพธิ สว.กก.สส.2 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 สืบนครบาล

เข้าทำการจับกุมตัว น.ส.นิชาภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 377/2563 ลงวันที่ 2 ก.ค.2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” ที่บริเวณหน้าหอแห่งหนึ่ง ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

รวบ กรรมการบริษัททัวร์ "ก้าวเจริญ30ทัวร์" ขายทัวร์ทิพย์ รับปากจะคืนเงิน แต่บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ๆ ผู้เสียหายกว่า 60 ราย อ้าง หุ้นส่วนดับสลด ทำบริษัทรวน

รวบ กรรมการบริษัททัวร์ “ก้าวเจริญ30ทัวร์” ขายทัวร์ทิพย์ รับปากจะคืนเงิน แต่บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย ๆ ผู้เสียหายกว่า 60 ราย อ้าง หุ้นส่วนดับสลด ทำบริษัทรวน

จากการตรวจสอบในฐานระบบ ยังพบมีหมายจับอีก 2 หมาย ดังนี้ หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 159/2563 ลงวันที่ 1 พ.ค.2563 ข้อหา “ยักยอกทรัพย์” และหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 180/2563 ลงวันที่ 3 เม.ย.2563 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง”

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ปี 2557 ผู้ต้องหาได้จดทะเบียนบริษัท ก้าวเจริญ 30 ทัวร์ จำกัด ดำเนินกิจการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการให้บริการ รับจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โปรแกรมทัวร์

ต่อมาเมื่อประมาณ 2562 ผู้ต้องหาอ้างว่า บริษัทประสบปัญหาขาดทุนจึงไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทได้ และไม่สามารถนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายได้

กลุ่มผู้ได้รับความเสียหายจึงรวมตัวกันโดยตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “ก้าวเจริญ30ทัวร์โกง” ซึ่งมีสมาชิกเป็นกลุ่มผู้ได้รับความเสียหายจากบริษัทดังกล่าวกว่า 60 User โดยมีการประสานงานเพื่อรวมตัวกันไปแจ้งความ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจสอบจากระบบสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า มีการแจ้งความดำเนินคดีอาญาไว้แล้วจำนวน 5 คดี ผู้เสียหาย 7 ราย มูลค่าความเสียหาย 623,124 บาท

ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การอ้างว่า เพื่อนเอาชื่อไปจดทะเบียนบริษัททัวร์ ต่อมาหุ้นส่วนของบริษัทคิดสั้นจบชีวิตที่หน้าบ้านเป็นข่าวดังที่ภูเก็ต จึงทำให้ธุรกิจรวน ไม่สามารถนำทัวร์ไปตามที่ลูกค้าจ่ายได้ แล้วก็ไม่สามารถคืนเงินลูกค้าได้ จึงหลบหนี โดยปัจจุบันผู้ต้องหาทำงานเฝ้าห้องพักรายเดือน

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบบริษัททัวร์ดังกล่าว มีการจดทะเบียนถูกต้อง ส่วนกรณีข้อหาฉ้อโกงฯ ก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินคดี และหากประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจให้รีบทำการอายัดตัวผู้ต้องหา

ฝากถึงประชาชนที่พบบริษัททัวร์ หรือการโฆษณาขายทัวร์ในลักษณะที่ต้องสงสัยก็ขอให้แจ้งตำรวจเพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนประชาชนรายอื่นไม่ให้ถูกหลอกด้วย ผู้ที่จะไปท่องเเที่ยว ควรศึกษาให้ดีว่าบริษัทที่จะไปมีความน่าเชื่อถือเพียงใด

ปัจจุบัน มิจฉาชีพ และอาชญากรรมออนไลน์ มีความรุนแรง และมีรูปแบบการหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสิ่งสำคัญขณะนี้ คือ การสร้างการรับรู้ ถึงรูปแบบวิธีการ และ การป้องกันตัวเองของประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน