พี่เชื่อ วิญญาณน้องตามติดคนร้าย ฆ่าหมกคอนโด ขอให้ดลใจตร.จับตัวได้ โชเฟอร์แท็กซี่ เผยรับคนร้ายจากรัชโยธินมาส่งงามวงศ์วาน คลุมฮู้ดแต่ไม่สวมแว่น
กรณีคดีคนร้ายฆ่าโหด นายไพศาล อายุ 54 ปี พ่อค้าเสื้อผ้ามือสอง หมกศพไว้ในคอนโดมิเนียม ย่านงามวงศ์วาน จ.นนทบุรี คนก่อเหตุเป็นชายคนสนิท ที่พักอยู่ในห้องด้วยกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมีการ เปิดวงจรปิดจับภาพชายต้องสงสัย ซื้อมีดในห้าง ก่อนฆ่าหนุ่มหมกคอนโด เชื่อเตรียมการไว้ก่อน พบใส่ชุดเดียวกันขณะที่อยู่ในลิฟต์กับผู้ตาย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.67 นายประสงค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี คนขับรถแท็กซี่ โดยสารเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 8447 กรุงเทพมหานคร เดินทางมาเข้าให้ปากคำกับ พ.ต.ต.ฐิติปกรณ์ คุ้มปานอินทร์ สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี หลังเคยรับคนร้ายขึ้นรถแท็กซี่เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา
นายประสงค์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงประมาณ 3 – 4 ทุ่ม ผู้ต้องสงสัยรายนี้ โบกเรียกรถตนที่บริเวณหน้าห้างเมเจอร์รัชโยธิน ให้ไปส่งที่หน้าห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โดยในระหว่างที่นั่งรถโดยสารมาผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่ได้มีท่าทีพิรุธอะไร เพียงแต่นั่งสวมฮู้ดคลุมศีรษะไว้ แต่ไม่ได้สวมแว่นตา ตนไม่เห็นว่ามีกระเป๋าสะพายใดๆติดตัวมา
นอกจากในมือจะมีโทรศัพท์อยู่ 2 เครื่อง ซึ่งก็มีข้อความดังมาตลอดเวลา แต่ไม่เห็นว่าชายคนนี้ยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอะไรกับใคร จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงใต้สะพานลอยฝั่งตรงข้ามพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ค่าโดยสารเป็นเงินจำนวน 90 บาท ชายคนนี้จึงยื่นแบงก์ร้อยมาให้ตน ตนก็ถอนเงินกลับ 10 บาท ไม่ได้สนทนาพูดคุยอะไรกัน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเปิดภาพคนร้ายจากโทรศัพท์มือถือให้ดู ซึ่งนายประสงค์ก็ยืนยันว่า เป็นคนคนเดียวกันกับที่เรียกรถแท็กซี่ตน จากหน้าเมเจอร์รัชโยธิน ให้มาส่งที่ฝั่งตรงข้ามพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วาน ก่อนจะขึ้นสะพานลอยข้ามไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายไปแวะซื้อมีดที่ร้านสะดวกแห่งหนึ่งในเมเจอร์รัชโยธิน ก่อนจะนั่งรถย้อนกลับมาในพื้นที่ สภ.เมือง นนทบุรี อีกครั้ง
ต่อมานายฉัตรชัย อายุ 55 ปี พี่ชายของ นายไพศาล อายุ 54 ปี ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากเสร็จจากให้ปากคำเดินทางกลับ โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่ยังไม่ไปรับร่างน้องชายมาทำพิธีทางศาสนา
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ทางครอบครัว รอให้ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ก่อน เพราะเชื่อมั่นว่าภายในอีกไม่กี่วันนี้ ทางตำรวจน่าจะติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาได้ ตนคิดว่าวิญญานของน้องชาย จะติดตามคนร้ายไปตลอดเวลา เพราะมีคนเห็นเขาจริงๆ ทางครอบครัวก็เชื่อและทำบุญให้กับเขาทุกวัน ตนเชื่อมั่นลึกๆ ว่าวิญญาณของน้องชาย จะช่วยดลจิตดลใจให้ตำรวจตามจับคนร้ายที่ก่อเหตุได้ในที่สุด




