ทนายไพศาล พาครอบครัว สาวถูกฆ่าตัดมือ บุกโรงพัก หลังรู้ตำรวจพูดอะไรกับแม่ จี้ ขอดูมือถือเหยื่อ หลังฝ่ายคนก่อเหตุ อ้างเคยถูกผู้ตายทำร้าย ติดใจสาเหตุการตาย

วันที่ 7 มิ.ย.2567 ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พาแม่และพี่สาวของ น.ส.วรัญญา (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เสียชีวิตที่ถูก นายธนากรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ แซน ฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด เดินทางมาที่ สภ.ปากคลองรังสิต เพื่อติดตามคดี และขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย

หลังจากญาติฝั่งคนก่อเหตุ ได้ให้ร้ายกับผู้ตายว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี เคยทำร้ายร่างกาย นายธนากรณ์มาก่อน จึงอยากนำหลักฐานแชทในมือถือออกมายืนยัน ว่าผู้ตายเป็นผู้หญิงที่แสนดี และรักแฟนมาก รวมถึงยังช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟ โอนเงินให้นายธนากรณ์ใช้ด้วย

ทนายไพศาล พาครอบครัว สาวถูกฆ่าตัดมือ บุกโรงพัก หลังรู้ตำรวจพูดอะไรกับแม่ จี้ ขอดูมือถือเหยื่อ หลังฝ่ายคนก่อเหตุ อ้างเคยถูกผู้ตายทำร้าย ติดใจสาเหตุการตาย

ทนายไพศาล พาครอบครัว สาวถูกฆ่าตัดมือ บุกโรงพัก หลังรู้ตำรวจพูดอะไรกับแม่ จี้ ขอดูมือถือเหยื่อ หลังฝ่ายคนก่อเหตุ อ้างเคยถูกผู้ตายทำร้าย ติดใจสาเหตุการตาย

ขณะที่ล่าสุดมีบุคคลที่แอบอ้าง โพสต์ทางเฟซบุ๊ก ลักษณะขอเรี่ยไรเงินเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ตายนำส่งศพ และจัดงานศพที่ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งในส่วนนี้ญาติยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อย่าหลงเชื่อและโอนเงินไป เนื่องจากครอบครัวไม่รู้เรื่องและเงินจะไม่ถึงครอบครัวอย่างแน่นอน

ส่วนเรื่องสาเหตุการตายนั้น ตอนนี้ญาติยังคงติดใจ เนื่องจากมีบางเพจระบุสาเหตุการตายของผู้ตายว่า ถูกฆ่าอย่างทารุณ มีการสำลักเลือด มีเลือดในปอด จึงมองว่า ผู้ตาย ตายอย่างทรมาน น่าจะถูกแจ้งข้อหาที่หนักกว่านี้ ข้อหา ฆ่าโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน โทษต้องประหารชีวิตเท่านั้น

โดยวันนี้จะต้องสอบถามข้อเท็จจริงกับตำรวจว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่มีตำรวจเจ้าของคดีโทรศัพท์ไปหาญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อให้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่ได้มีการยื่นโทรศัพท์ให้กับตำรวจอีกนายพูดคุย

ซึ่งทางญาติ ได้แจ้งว่า “แม่อยู่ระหว่างออกรายการ ยังเสียใจ และยังเหนื่อยอยู่ รวมถึงอยู่ระหว่างการปรึกษาทนายความ” จึงขอเลื่อนการเข้าพบเป็นวันนี้แทน แต่นายตำรวจท่านั้น กลับพูดว่า “ทำไมไม่มาวันนี้ ทำไมต้องปรึกษาทนาย ไม่มีสมองหรือไง” ซึ่งคำพูดดังกล่าวกระทบจิตใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตมาก

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่มีบุคคลพยายามติดต่อมาเพื่อไกล่เกลี่ย โดยจะจ่ายเงินให้ จำนวน 50,000 บาท ซึ่ง ส่วนตัวมองว่า คดีนี้ไม่สามารถไกล่เกลี่ยยอมความได้ ลูกสาวของเขาตายทั้งคน จะจ่ายแค่ 50,000 บาทได้อย่างไร

รวมถึงการอ้างว่าป่วยจิตนั้น จะต้องดูรายละเอียด การรักษาของนายธนากรณ์ รวมถึงการใช้ชีวิตของเขาว่าสามารถใช้ชีวิตได้ปกติหรือไม่ ถ้าหากไม่ถึงกับไม่มีสติรู้ตัว ก็ต้องรับโทษเท่ากับคนปกติ

ขณะที่สื่อจะสอบถามรายละเอียดกับแม่ของผู้ตาย แต่แม่ร้องไห้ และบอกว่า ไม่สามารถพูดอะไรได้ เนื่องจากมันจุกที่อก

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เห็นอาการของนายธนากรณ์ที่ยังคงสะลืมสะลือ เดินไม่ได้ ต้องให้ตำรวจช่วยกันหามเพื่อไปฝากขังนั้น แล้วรู้สึกอย่างไร ทางพี่สาวของผู้ตาย บอกว่า ตนเห็นแล้วแต่ไม่มีอะไรจะพูด

พี่สาว กล่าวต่อว่า ส่วนที่พ่อแม่ของนายธนากรณ์พยายามขอโทษครอบครัวของตนในวันนี้นั้น ตนยืนยันว่าไม่ยอมรับคำขอโทษ และไม่อโหสิกรรมให้ เนื่องจากครั้งแรกที่พบกัน แทนที่เขาจะเข้ามาขอโทษด้วยความจริงใจ แต่เขากลับพูดว่า เขาไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น

พี่สาว กล่าวอีกว่า ขนาดน้องสาวของตนยังไม่พูดอะไรเลย ซึ่งเมื่อตนฟังแล้วก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่สำนึก ซึ่งน้องสาวของตนพูดไม่ได้จริง ๆ เพราะน้องตายแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน