เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พ.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนร้ายลอบก่อเหตุวางระเบิดแสวงเครื่องทำลายเสาไฟฟ้า ทำให้ไฟดับหลายอำเภอ และใช้อาวุธปืนยิงป่วนในพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา จ.นราธิวาส และ จ.สงขลา หลายจุด ว่า ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเกิดเหตุทั้งหมด 12 จุด มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย และเสียชีวิต 2 ราย รายแรกเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เสียชีวิตในพื้นที่ปัตตานี และอีกรายเป็นประชาชนในพื้นที่สงขลา
โดยทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่ผสมผสานกันระหว่างการใช้อาวุธปืนและเพลิงไหม้ เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นการตอบโต้การดำเนินการของภาครัฐ ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการใน 3 มิติ คือด้านการป้องกันโดยให้ตำรวจในพื้นที่ไปสืบสวนหาข่าว ด้านการปราบปราม สั่งให้ตรวจสอบผู้ต้องหาที่มีหมายจับค้างเก่า ทั้งหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และป.วิอาญา ทั่วไป กฎหมายประมวลวิธีพิจารณาอาญา และสุดท้าย คือการกำชับให้มีการประชาสัมพันธ์ ให้ตำรวจลงพื้นที่แสวงหาความร่วมมือกับประชาชน ในการรับแจ้งเหตุต่างๆ และการรับข้อมูลข่าวสารที่จะเป็นประโยชน์ต่อแผนการป้องกันในอนาคต ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการหาข่าวหรือไม่นั้น ก็ต้องปรับไปตามบริบทที่เกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดเขึ้นเชื่อมโยงกับคณะรัฐมนตรีส่วนหน้าที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้นมาใหม่หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ำตลอดว่าเจ้าหน้าที่มีการป้องกันตลอด โดยสถิติการก่อเหตุในปีงบประมาณที่ผ่านมา ลดลงไปกว่าร้อยละ 20 โดยเฉพาะเดือนตุลาคม ลดลงไปกว่าร้อยละ 30 หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และมองว่า เมื่อได้โอกาศกลุ่มคนร้าย จะชิงลงมือตลอดเวลา และส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่