เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมพร้อมพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ทางผู้แทนจากสำนักพระราชวัง และหัวหน้างานโหรพราหมณ์ เข้ามาทำพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม จำนวน 4 ต้น สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ อนุมัติการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้ 3 ราย ประกอบด้วยนายวัฒนา พรประเสริฐ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นประธาน นายธีระ เต็มองค์หล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นกรรมการ และนายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

อ่านข่าว พบไม้จันทน์ยืนต้นตายที่กุยบุรี เตรียมจัดพิธีบวงสรวงตัดใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ

20161105_134303

หลังจากดำเนินการแปรรูปไม้เสร็จแล้ว จะดำเนินการส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้กับสำนักพระราชวังหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับการเตรียมพร้อมในพื้นที่นั้น ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เตรียมการพร้อมเกือบทุกอย่างแล้ว โดยเดิมทีนั้นเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้ลงพื้นที่ เพื่อสำรวจหาไม้จันทน์หอม ที่ยืนต้นตายไว้จำนวน 19 ต้น เพื่อให้ทางคณะผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก ลำดับที่ 1-19 และหลังจากคณะเข้าไปสำรวจแล้วได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้น คือลำดับที่ 11, 12, 14 และ 15 เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และทำดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทางสำนักพระราชวังจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. นี้ เวลา 14.09 น.

20161105_140532

“ตอนนี้ก็เร่งปรับพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 10, 11, 14 และต้นที่ 15 รวม 4 ต้น ภายในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ด้านหลังของที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่เอากรวดหยาบไปโรยบริเวณเส้นทางที่จะเดินเข้าไปทำพิธี ซึ่งจะเลือกพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 15 ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้นใน ใช้ฤกษ์เวลา 14.09-14.39 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เร่งดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อใช้เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ จะมีการตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ รวมทั้งทำบันไดไม้ชั่วคราว ขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งจะเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว โดยจะมีการหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และจึงดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมๆกัน” นายธัญญา กล่าว

201611041538003-20110713160843

นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่สางเถาวัลย์และไม้เล็กบางส่วนที่ขึ้นปกคลุมบริเวณต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 10,11,14 ด้วยเนื่องจากทั้ง 3 ต้นจะต้องดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมให้เสร็จสิ้นในช่วงเวลาที่กำหนดเช่นกัน ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้านี้การปรับพื้นที่ทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ต่างพร้อมใจดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วงเพื่อถวายความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

img_20150204_110644

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการสำรวจได้พบไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติ บริเวณป่าดิบแล้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ 4 ต้นจาก 19 ต้นโดยต้นที่ 14 มีขนาดความโต 203 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 4.92 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 11 มีขนาดความโต 178 เซนติเมตร สูง 11 เมตร ปริมาตร 2.77 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 10 มีขนาดความโต 175 เซนติเมตร สูง 14 เมตร ปริมาตร 3.41 ลูกบาศก์เมตร และต้นที่ 15 มีขนาดความโต 142 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 2.09 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 4 ต้นเนื้อไม้มีกลิ่นหอมปานกลาง และมีลักษณะไม้เปลาตรงกลม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไม้จันทน์หอมจัดเป็นไม้หายาก มีค่ามีอยู่ในภูมิภาคแถบนี้เท่านั้นทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นไม้โตช้า ลำต้นไม่ใหญ่มากนักคนโบราณจัดว่า ไม้จันทน์หอมจัดเป็นไม้มงคลชั้นสูง ที่มีกลิ่นหอมในทุกส่วนของลำต้น ไม่ว่าจะเป็นแก่น เปลือก กระพี้ เหตุเพราะไม้จันทน์หอม มีความหอมไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จึงเปรียบเหมือนคนเมื่อเกิดมาทำความดี ตายแล้วก็ยังมีความดีอยู่คนโบราณจึงนำไม้จันทน์หอมมาเผาศพเรียกว่า “ดอกไม้จันทน์”

สำหรับไม้จันทน์หอมซึ่งใช้ในงานพระราชพิธีนับแต่สมัยพุทธกาล และพบประวัติการใช้ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและสมัยกรุงรัตน์โกสินทร์ โดยที่ผ่านมามีการนำมาสร้างพระโกศและพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตราบถึงปัจจุบันนี้

ด้านนายเงิน คงมั่น ชาวบ้านรวมไทย ม.7 ต.หาดขาม อ .กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างมาก ที่ทราบข่าวว่าทางสำนักพระราชวังจะนำไม้จันทน์จากป่ากุยบุรีไปใช้ในงานพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งที่ผ่านมาไม้จันทน์หอมจากป่ากุยบุรี นำไปใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ใช้ไม้จันทน์หอมในพื้นที่แห่งนี้ ครั้งนี้ชาวบ้านก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางราชการอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะนำไม้จันทน์ไปประกอบพระราชพิธี

นายเงิน กล่าวต่อว่า ในส่วนของการอนุรักษ์นั้นชาวกุยบุรีอนุรักษ์ไม้จันทน์หอมไว้ เนื่องจากเป็นไม้ชั้นสูง คนโบราณจะไม่นิยมเอาไปสร้างบ้านเรือนหรือใช้ประโยชน์ในบ้าน อีกทั้งการอนุรักษ์ไว้นั้น ก็เพื่อไว้ให้ใช้ในงานพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และชาวบ้านก็ร่วมกันอนุรักษ์ไม้จันทน์หอมไว้ ถึงแม้จะเป็นไม้หายาก ที่จะมีเพียงบางจังหวัดเท่านั้น ซึ่งถือว่าโชคดีที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะกุยบุรีเราได้ร่วมกันอนุรักษ์ไว้ได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับแหล่งเก็บกักน้ำของชลประทานแห่งแรกที่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน และอ่างเก็บน้ำต่างๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้งมีโครงการพระราชดำริต่างๆในจังหวัดเป็นจำนวนมาก

“ในหมู่บ้านรวมไทยมีโครงการถึง 2 โครงการด้วยกัน คือโครงการอ่างเก็บน้ำยางชุมที่ปัจจุบัน ชาว อ.กุยบุรี อ.เมือง และอ.สามร้อยยอด ได้กินได้ใช้ และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้ชาวบ้านอำเภอกุยบุรีทุกคนรู้จักการอนุรักษ์ป่าไม้ เนื่องจากโครงการในพระราชดำริทำให้ทราบว่า ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มีความจำเป็นต่อทั้งคนและสัตว์ป่า เช่น ช้างป่า กระทิง ที่มีอยู่มาก การมีแหล่งน้ำก็ทำให้ทั้งคนและสัตว์ป่าได้มีที่อยู่ที่กินก็จะไม่รบกวนกัน ซึ่งพระองค์ท่านมิได้ทรงห่วงแต่ประชาชนเท่านั้น ท่านยังทรงห่วงไปถึงสัตว์ป่าต่างๆอีกด้วย ทั้งหมดนี้ก็เป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับพสกนิกรชาวกุยบุรี ในการอนุรักษ์ป่าไม้และสัตว์ป่าได้เป็นอย่างดี” นายเงิน กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน