วันที่ 3 เม.ย. พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10) พร้อมด้วย พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5, พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาค 3, พล.ต.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.เชียงราย ร่วมกันแถลงจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาบ้า 9,400,000 เม็ด และยาไอซ์ 788 กิโลกรัม

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทหารพรานที่ 3106 กองกำลังผาเมือง ร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเชียงราย (นรข.) ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนใกล้กับประเทศเพื่อนบ้าน ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านไทยเจริญ หมู่ 8 ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย จากนั้นได้สังเกตเห็นรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1ฒอ 363 กทม. จอดอยู่ริมแม่น้ำโขง ลักษณะเหมือนมีกลุ่มคนกำลังขนย้ายสิ่งของขึ้นท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่องไฟและส่งสัญาณเสียงเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนดังกล่าวได้กระโดดหลบหนีคนละทิศละทางแล้วหายไปในความมืด เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถพบว่ามีกระสอบบรรจุยาเสพติดอยู่ท้ายกระบะจำนวน 84 กระสอบ แกะออกดูพบเป็นยาบ้าและยาไอซ์จำนวนดังกล่าว

พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ เปิดเผยว่า การจับกุมยาเสพติดล็อตนี้ถือว่าเป็นรายใหญ่ที่สุดของประเทศ น้ำหนักรวมเกือบ 2 ตัน มูลค่าภายในประเทศกว่า 1,500 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติม พอจะทราบกลุ่มที่เป็นผู้นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านและสามารถควบคุมตัวมาสอบสวนไว้ 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อซึ่งเป็นกลุ่มชนเผ่าที่มีเครือข่ายอยู่ทั้งชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยการขนย้ายยาเสพติดในครั้งนี้ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก ซึ่งจะมีการนำเข้าไปกักเก็บและจะทะยอยนำเข้าเขตชั้นในของประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ขนย้ายแฝงเข้าไปกับรถนักท่องเที่ยว เพื่อให้ผ่านด่านได้สะดวกแต่มาถูกจับเสียก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการขยายผลการจับกุมเพื่อติดตามทะลายเครือข่ายกลุ่มนี้ต่อไป

ด้านพล.ต.ฉลองชัย เปิดเผยว่า ต้องขอชื่นชมการทำงานของชุดหาข่าวของทหารพราน และ นรข. ที่ทำงานอย่างหนัก ติดตามความเคลื่อนใหวของกลุ่มขบวนการลำเลียงสิ่งของผิดกฏหมายเข้ามาในประเทศ ทั้งนี้ภาคประชาชนก็เป็นกำลังสำคัญในการแจ้งข่าวกับเจ้าหน้าที่เมื่อพบเห็นการกระทำผิดในรูปแบบต่างๆ ได้กำชับไปยังหน่วยที่เกียวข้อง ให้ทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยาไอส์ที่มีกว่า 788 กก.นั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้นำไปตรวจสอบคร่าวๆ แล้วพบว่า บางห่อเป็นยาเคตามีน ซึ่งจะนิยมขนส่งมาพร้อมๆ กัน โดยเจ้าหน้าที่ ปปส.จะได้คัดแยกยาเสพติดและนำไปกักเก็บเพื่อเตรียมทำลายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน