จับ 2 ร.ต.อ.สังกัด บก.น.7 ตั้งแก๊งไถเงินร้านน้ำกระท่อม แฉให้ทีมใส่เสื้อสอบสวนกลาง ล่าด.ต.ยังหนี พบเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการน้ำมันผิดกฎหมายด้วย

วันที่ 15 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5.บก.ป. นำกำลังจับกุม ร.ต.อ.สุรพล สุวรรณรัตน์ รอง สว.กก.สส.บก.น.7 และ ร.ต.อ.สาโรช โอสถานนท์ รอง สว.กก.สส.บก.น.7. นายณัฐพล นายวชิระ นายชิตธารินทร์ นายไวยวัฒน์ นายจตุพร และนายเมธี

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.47-54 /2567 ลง 13 มิ.ย. 67 พร้อมของกลางรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ 4 คัน เสื้อซึ่งมีสัญลักษณ์หน่วยตำรวจสอบสวนกลาง 8 ตัว แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ 3 แผ่น บัตรกดเงินสด 1 ใบ 5.บัตรผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ ศปทส.ตร. 1 ฉบับ 6.ตราสัญลักษณ์ บก.ปทส. 1 อัน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวันที่ 29 พ.ค.2567 มีกลุ่มชายหลายคนแต่งกายคล้ายตำรวจ สวมเสื้อคลุมและเสื้อกั๊ก ด้านหลังมีสัญลักษณ์ “CIB ตำรวจสอบสวนกลาง ศปทส.ตร.” ขับรถยนต์ 3 คัน แสดงตัวอ้างเป็นตำรวจ ขอตรวจสอบการกระทำความผิดภายในร้านจำหน่ายน้ำต้มกระท่อม 2 ร้าน ตั้งอยู่ ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาคร โดยอ้างว่าเป็นตำรวจมาจากสอบสวนกลาง ขอเข้าตรวจค้นทั้ง 2 ร้าน พร้อมแจ้งผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ร้านว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด จะเชิญตัวไป บก.ปทส.บางเขน หากต้องการจบเรื่อง ต้องจ่ายเงินรวมกัน 28,000 บาท โดยร้านแรกยอมโอนเงินจ่าย 13,000 บาท ส่วนร้านที่ 2 จ่ายเป็นเงินสด 15,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

ผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ร้านยอมรับว่า ไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด จึงได้ตกลงยินยอมจ่ายเงินไป เพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี จากนั้นกลุ่มชายแต่งกายคล้ายตำรวจดังกล่าว ยังขอเรียกเก็บเงินเป็นรายเดือนอีกเดือนละ 3,000 บาท ก่อนจะขอหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ดูแลร้านทั้ง 2 ไป พร้อมบอกว่าจะให้ธุรการโทรมาในเดือนถัดไปก่อนที่ทั้งหมดจะออกจากร้านไป

หลังเกิดเหตุมีผู้แจ้งเบาะแสข้อมูลให้กับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. ก่อนจะมีคำสั่งมายังพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ให้ส่งทีมเข้าสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมให้จับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รักษากฏหมายแต่กลับมาทำความผิดเสียเองปล่อยไว้ไม่ได้

ต่อมาพล.ต.ท.จิรภพ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5.บก.ป. ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากการสืบสวนพบว่าที่ตำรวจร่วมกับพลเรือนการกระทำความผิดจริง โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งสิ้น 11 ราย จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับบุคคลทั้ง 8 ราย ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายนั้นมี 2 รายประกอบด้วย นายภานุวัฒน์ และนายพิชิต หลังทราบเรื่องได้ขอเข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบแล้ว ขณะนี้เหลือเพียง ด.ต.ปราบไพรี ลุผล สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร อีก 1 ราย คาดว่าวันจันทร์นี้ (17 มิ.ย.) จะเข้ามอบตัว

จากการสอบสวนร.ต.อ.สุรพล และร.ต.อ.สาโรช ให้การภาคเสธ ยอมรับว่าไปด้วย แต่ไม่ได้เป็นคนเรียกรับ ส่วนเสื้อตำรวจ CIB และเสื้อศปทส.ตร.ที่สวมใส่นั้น เป็นเพราะทั้งคู่มีชื่ออยู่ในชุดศปทส.ตร. จึงคิดว่าเป็นหน่วยเดียวกันสามารถนำมาใส่ได้

เบื้องต้นแจ้งข้อหาตำรวจทั้ง 2 นาย ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ อาจทําให้ผู้อื่นเชื่อว่ามี ตำแหน่ง หรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่ง หรือหน้าที่นั้นเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายสําหรับตนเองหรือผู้อื่น มาตรา 157 ส่วนพลเรือนทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่นเขื้อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมายสำหรับตนเองและผู้อื่น นำตัวส่งพนักงานสอบสวนกก.5.บก.ป.จากนั้นได้นำตัวทั้งหมดไปผัดฟ้องฝากขังที่ศาลศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อช่วงเช้าวันนี้

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากการกระทำความผิดในครั้งนี้แล้ว ยังพบข้อมูลว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวยังได้ก่อเหตุแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการน้ำมันผิดกฎหมายในพื้นที่จ.สมุทรสาคร หลายรายอีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน