อธิบดีกรมจัดหางานฯ สั่งเอาผิดนายจ้าง พา แรงงานเถื่อน บาดเจ็บมาทิ้ง แถมโยนค่ารักษาพยาบาลให้รพ.หมอเหรียญทอง ประกาศตามหาตัว
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.67 นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตนสั่งการกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 9 กรมสวัสดิการและคุ้มครองเเรงงาน สำนักงานประกันสังคม และ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1
กรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงนายจ้างชาวไทยที่จ้างแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ หลังแรงงานต่างชาติได้รับบาดเจ็บจากการถูกของมีคมทะลุชายโครงซ้ายใกล้หัวใจ ทะลุกระบังลม สุดท้ายถูกนายจ้างปัดความรับผิดชอบ ทิ้งภาระค่ารักษาพยาบาลแก่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ
โดยอ้างว่าค่ารักษาไม่เกี่ยวข้องกับตน เพราะเเรงงานต่างชาติคนดังกล่าวเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เดินทางเข้ามาประเทศไทยยังไม่ได้เริ่มทำงานกับตนเอง อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเเรงงานต่างชาติสัญชาติเมียนมาที่บาดเจ็บ เเละภรรยาทราบว่าทำงานกับนายจ้างรายดังกล่าวเเละได้รับค่าจ้างมาแล้วประมาณ 1 เดือน
นายสมชาย กล่าวว่า การกระทำของนายจ้างรายดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 9 ห้ามผู้ใดรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้
ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 เเละที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีนายจ้างรายดังกล่าว ณ สน.ทุ่งสองห้อง ต่อไป
“กรมการจัดหางานขอย้ำเตือนว่า นายจ้าง/สถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี
ในส่วนคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ทำได้ มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมทั้งไม่สามารถขอรับใบอนุญาตทำงานได้จนกว่าจะพ้นโทษมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งหากพบการกระทำความผิดกรมการจัดหางานจำเป็นต้องดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น” นายสมชาย กล่าว


