เมื่อวันที่ 5 เม.ย. จากกรณีพบศพน.ส.ดวงจันทร์ ทวีพันธ์ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 4 ต.คำพระ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ สภาพมีถุงพลาสติกคลุมศีรษะ บริเวณใต้ตาขวามีรอยฟกซ้ำ อยู่ภายในรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน ทะเบียน กข 6485 อำนาจเจริญ จอดไว้ข้างคลองส่งน้ำชลประทานภายในซอยเปลี่ยว บ้านน้ำท่วม หมู่ 5 ต.เปือย อ.ลืออำนาจ จ.อำนาเจริญ โดยเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นการเสียชีวิตทั้งชิงทรัพย์ ฆ่าล้างหนี้ และชู้สาว หลังมีพยานระบุว่าผู้ตายปล่อยเงินกู้ให้ชาวบ้านที่ต้องการนำเงินไปใช้หนี้ธ.ก.ส.
ความคืบหน้าล่าสุด ที่บก.ภ.จว.อำนาจเจริญ พล.ต.ต.ถวาย บูรณรักษ์ ผบก.ภ.จว.อำนาจเจริญ เรียกตำรวจ 3 โรงพัก ประกอบด้วย สภ.ลืออำนาจ สภ.หัวตะพาน และสภ.เมืองอำนาจเจริญ รวมตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.อำนาจเจริญ ประชุมติดตามความคืบหน้าคดีพบศพน.ส.ดวงจันทร์ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง
จากนั้นพล.ต.ต.ถวาย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบและสอบปากคำสามีผู้ตาย ทำให้ทราบว่าก่อนเสียชีวิต ผู้ตายและสามีเดินทางด้วยรถทัวร์ไป จ.ระยอง เพื่อซื้อรถตู้มาไว้ใช้งาน แต่ต้องรอให้ถึงวันที่ 10 เม.ย.ถึงจะได้รถ เนื่องจากรถตู้ยังไม่หมดคิววิ่ง
“คืนก่อนวันเสียชีวิต ผู้ตายขอสามีเดินทางกลับบ้านก่อน เนื่องจากจะกลับมาปล่อยเงินกู้ให้ชาวบ้านในพื้นที่ สามีจึงมาส่งขึ้นรถจาก จ.ระยอง มาลงที่สถานีขนส่งอุบลราชธานีตอนเช้าวันเกิดเหตุ โดยมีพ่อแม่และลูกสาวขับรถไปรับ ระหว่างทางกลับมาที่อำนาจเจริญ สามีบอกว่าผู้ตายโทร.มาบอกให้ดูแลตัวเองดีๆนะ กระทั่งเวลา 10 โมงเช้า ผู้ตายบอกลูกสาวจะเอาเงินไปให้ชาวบ้านที่ต้องการกู้ จากนั้นขับรถเข้ามาในตัวเมืองอำนาจเจริญ แวะร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ปตท. ทางไปจ.ยโสธร ต่อมาช่วงเวลา 10.34 น.ขับรถวกกลับมาจอดรถที่ศาลหลักเมืองจังหวัดอำนาจเจริญ สอดคล้องกับแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่เห็นผู้ตายเข้ามากินก๋วยเตี๋ยวกับผู้หญิงอีก 2 คน”
พล.ต.ต.ถวาย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ตายจอดแวะตลาดใกล้โรงรับจำนำเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ ช่วงเวลา 14.00 น. หลังจากจุดนี้แล้วสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็ไม่สามารถติดต่อได้ และหายตัวไป กระทั่งพบเป็นศพอยู่ในซอยเปลี่ยวข้างคลองน้ำชลประทานบ้านน้ำท่วม โดยมีชาวบ้านพบเห็นรถจอดทิ้งไว้ช่วงเวลาก่อน 15.00 น. จากนั้นลูกสาวจึงได้ประกาศคนหายที่เพจฮักอำนาจเจริญ ทำให้มีคนแจ้งว่าเจอรถจอดอยู่ทางไปนาข้างคลองชลประทาน จนนำมาสู่การพบศพ
ขณะนี้ตำรวจเร่งให้ทุกฝ่ายตรวจสอบทุกจุดที่ผู้ตายเดินทางไปแวะ รวมถึงการเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่โทร.เข้า-ออกทุกเบอร์ รวมไปถึงให้ญาติเช็กทรัพย์สินมีค่าของผู้ตายว่าอยู่ครบหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบไม่พบกระเป๋าเงินผู้ตายและเงินสดอีก 8 หมื่นที่ผู้ตายถือมาด้วย จึงยังไม่แน่ชัดว่าจะเอาไปปล่อยกู้หมดแล้ว หรือถูกฆ่าชิงทรัพย์ โดยยังไม่ได้ตัดประเด็นฆ่าล้างหนี้ หรือหักหลังเกี่ยวกับธุรกิจปล่อยกู้ หรืออาจจะเป็นการฆ่าตัวตายเอง ก็เป็นได้ เนื่องจากมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าผู้ตายไปซื้อยา 3 แผงที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ที่พบในรถเจอตกอยู่ 1 เม็ด งประเด็นนี้จะนำศพส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจหาสารตกค้างในร่างกายอีกครั้ง



