สบส.เผย สาวร้อง 2 รพ.เอกชน เกิดภาวะ ‘สตีเวนส์จอห์นสัน’ ทำเกือบตาบอด มีแผลไหม้ทั้งตัว พบประวัติเคยดูดไขมัน-รับยาปฏิชีวนะมาก่อน

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.67 ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหาย 2 รายที่ได้รับผลกระทบจากการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล (รพ.) เอกชน 2 แห่ง ทำให้มีภาวะสูญเสียการมองเห็นรวมไปถึงผิวหนังไหม้

จากนั้นมีการวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายเป็นกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens Johnson Syndrome) แพ้ยาระดับรุนแรง ว่า จากการที่ สบส. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าไปตรวจสอบภายใน รพ.เอกชน แห่งดังกล่าว โดยพบกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล และแพทย์เฉพาะทางผู้รับผิดชอบให้บริการผู้ป่วย

“ซึ่งจากการรายงานข้อมูลของแพทย์ผู้ทำการรักษาผู้ป่วย ระบุว่าก่อนหน้าหน้านั้นผู้ป่วยไปเข้ารับการรักษาในคลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นการดูดไขมันบริเวณลำคอและเกิดการติดเชื้อ จึงต้องเข้ารักษาต่อในห้องปลอดเชื้อของ รพ.แห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับยาปฏิชีวนะต่างๆ มาก่อนที่จะเข้ามารักษาที่ รพ.เอกชนดังกล่าว ที่แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นทอนซิลอักเสบ จึงให้ยาตามอาการแต่ก็ไม่หาย

จากนั้นจึงวินิจฉัยว่าเป็นอีสุกอีใส แต่ก็ไม่หาย จึงมีสืบซักประวัติ ผู้ป่วยไปกินยาปฏิชีวนะมาก่อน ซึ่งก็อาจเกิดโอกาสแพ้ยาตรงนี้ได้ แต่ทั้งหมดนี้ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนทางมาตรฐานวิชาชีพ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอาการแพ้ยาของผู้ป่วยเกิดขึ้นจากกรณีใด” ทพ.อาคม กล่าว

ทพ.อาคม กล่าวต่อว่า ขณะนี้เป็นขั้นตอนของแพทย์สภาในการตรวจสอบมาตรฐานวิชาชีพ และการตรวจสอบเรื่องของผลิตภัณฑ์ยาที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วย โดยทาง อย.ส่งตัวอย่างยาไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่

เมื่อถามว่า กรณีที่เกิดขึ้นคล้ายกัน 2 เหตุการณ์มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทพ.อาคม กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานมาเพียงกรณีเดียว จึงยังไม่สามารถสรุปได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน